ASP คาด SET สัปดาห์หน้ามีโอกาสปรับฐานลงต่อ ให้แนวรับ 1,600 จุด หลังตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงกดดัน

ข่าวหุ้น-การเงิน 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 11:44 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บทวิเคราะห์ของบล.เอเซีย พลัส (ASP) ระบุว่า SET Index สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดสัญญาณลบจากการหลุดแนวรับ EMA 10 วันที่ 1665 จุดลงมา จากนั้นปรับลงฐานลงต่อเนื่องจนล่าสุดมาปิดอยู่ที่บริเวณ 1635.00 จุด จึงประเมินการเคลื่อนไหว SET Index ทำให้ SET Index กลับมาอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น-กลาง-ยาว ขณะที่ MACD ได้เกิดสัญญาณลบจากการตัดเส้น Signal Line ลงสะท้อนแนวโน้มที่อ่อนแอและโอกาสปรับฐานลงมาต่อในสัปดาห์นี้(19-23 พ.ย. 61) ยังอยู่ หากประเมินแนวรับที่คาดหวังจะเห็นสัญญาณฟื้นตัวจะมีอยู่ 2 โซน โซนแรกในช่วง 1625-1630 จุด (เป็นแนวรับที่เกิดจากระดับ Horizontal Line ช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา) หากเอาไม่อยู่โซนถัดไปจะอยู่ที่ 1600 จุด ส่วนแนวต้านของสัปดาห์ประเมินไว้ที่ 1660 จุด

ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นทั่วโลกสัปดาห์ที่ผ่านมากดดันให้ผลตอบแทนการลงทุนของ พอร์ตการลงทุนสะสม (2 สัปดาห์) ลดลงมาอยู่ที่ -0.35% แต่ก็เป็นผลตอบแทนที่ชนะ Benchmark เกือบทุกประเภทสินทรัพย์ อย่างไรก็ตามยังคงมีความคาดหวังเชิงบวกจากโอกาสการเจรจาในเรื่องสงครามการค้าช่วงปลายเดือนของผู้นำ สหรัฐ-จีน

ส่วนปัจจัยภายในประเทศมี 2 เรื่องที่น่าสนใจคือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เป็นไปตามคาดกล่าวคือ งวด 9 เดือนปี61 มีกำไรสุทธิรวมกว่า 8.1 แสนล้านบาท และ การที่ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% แต่ก็ได้ส่งสัญญาณการผ่านช่วงดอกเบี้ยต่อ ไปแล้วออกมาอย่างชัดเจน สถานะของพอร์ตการลงทุน

สัปดาห์นี้คงน้ำหนักในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ไว้ตามเดิม คือหุ้นไทย 35% เน้นหุ้น Domestic Play, หุ้นต่างประเทศ 25% เลือกหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น, ในกลุ่มตราสารหนี้30% ให้น้ หนักไปที่ Money Market และตราสารหนี้อายุคงเหลือไม่เกิน 3 ปี อย่างละเท่าๆ กัน

แม้จะมีหลายปัจจัยลบสร้างแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอันสืบเนื่องมาจากสงครามการค้า วัฎจักรดอกเบี้ยที่ส่งสัญญาณเป็นขาขึ้นชัดเจน และทิศทางของ Fund Flow จากต่างชาติที่ยังไหลออกจากตลาดหุ้นไทย แต่ก็ยังมีแรงหนุนที่ส คัญและถือเป็นปัจจัยที่จำกัด Downside ได้แก่ Valuation ซึ่งที่ปัจจุบันมีค่า PER อยู่ที่บริเวณ 15 เท่า โดยอยู่บนฐานกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะทำกำไรสุทธิได้ 1.07 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 108 บาทต่อหุ้น) งวด 9 เดือนปี61 ที่ผ่านมาทำกำไรสุทธิได้มากกว่า 8.1 แสนล้านบาท อีก 1 แรงหนุนที่คาดหวังได้แก่ ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งน่าจะให้เห็นการไหลกลับของเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้

บล.เอเซีย พลัส แนะนำว่า ตัวเลือกการลงทุนสัปดาห์นี้ (19-23 พ.ย.61)ให้น้ำหนักไปกับหุ้น ที่ได้ผลบวกจากการเดินหน้าที่เป็นรูปธรรมของ EEC เริ่มจาก WHA (FV@B 4.89) ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมี 2 ประการคือกำไรในไตรมาส 4/61 ที่น่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี ทั้งจากการโอนฯ ที่ดิน และการขายสินทรัพย์เข้า REIT ประการที่ 2 คือการถือครองที่ดินในพื้นที่ EEC กว่า 1 หมื่นไร่ ซึ่งราคามีแนวโน้มสูงขึ้น อีกบริษัทหนึ่งได้แก่ EASTW (FV@B13.5) โดยคาดหมายว่าปริมาณการขายน้ำให้กับภาคอุตสาหกรรมภาคคะวันออกจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จะมีการปรับเพิ่มราคาขายน้ำในปี 62 นอกจากนี้ยังให้ Dividend Yield กว่า 4% ต่อปี โดยมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอในระดับสูง ส่วนตัวเลือกการลงทุนอื่นๆ ยังอยู่ใน Theme หลักคือ Domestic Play

ส่วนตลาดหุ้นโลกกลับมาอยู่ในภาวะผันผวนอีกครั้ง โดยปัจจัยกดดันหลักกลับมาเป็นความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้า ส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับลดลงแรง และนักลงทุนมีแนวโน้มย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น สะท้อนจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับลดลงกว่า 10 bps ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้ คาดตลาดหุ้นต่างประเทศไม่น่าจะเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐจะมีวันหยุด Thanksgiving Day 2 วันปลายสัปดาห์ จึงประเมินตลาดหุ้นโลกน่าจะแกว่ง sideway


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ