ข่าวอินโฟเควสท์
19:21 สภาผู้แทนฯโหวตเลือก "ชวน หลีกภัย" เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 258 เสียง   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ลงมติเลือกนายชวน หลีกภัย สมาชิกส…
17:12 แหล่งข่าวเผย"หัวเว่ย"ต้องการระดมทุน 1 พันล้านดอลล์หลังถูกสหรัฐสั่งแบน   แหล่งข่าววงในซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีนต้…
16:28 กระทรวงสื่อสารอินโดนีเซียยกเลิกคำสั่งห้ามใช้โซเชียล มีเดียเป็นการชั่วคราวแล้ว   นายซีมูเอล เอบริจานี แพนจีราพัน ผู้อำนวยการทั่วไปด้านแอพพลิเคชั…
15:35 "ทรัมป์"เดินทางถึงกรุงโตเกียวแล้วในการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เดินทางถึงกรุ…
15:31 รมว.สาธารณสุขอังกฤษโดดร่วมแข่งขันชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่   นายแมตต์ แฮนค็อก รมว.สาธารณสุขของอังกฤษเปิดเผยในวันนี้ว่า เขาจะลงแข่งขันชิงตำแห…

LALIN ตั้งเป้ารายได้-ยอดขาย ปี 62 โตไม่ต่ำกว่า 15% เปิด 8 โครงการใหม่ราว 4 พันลบ.,คาดปีนี้ยอดขายทะลุเป้า

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2561 17:58:10 น.

นายเสรี สินธุอัสว์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและเลขานุการ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) เปิดเผยว่า แผนการดำเนิงานในปี 62 บริษัทตั้งเป้ารายได้และยอดขายเติบโต 15% จากปี 61 โดยบริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัท โดยจะใช้งบลงทุนราว 1,000 ล้านบาทซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการใหม่

"เบื้องต้นเราตั้งเป้ารายได้และยอกขายไว้เติบโต 15% ซึ่งเป็นการเติบโตจากการขยายโครงการใหม่ๆ และการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามแผนแบบเต็มรูปแบบจะออกมาหลังจากเสนอแผนให้กับบอร์ดบริหารได้พิจารณาแล้ว"นายเสรี กล่าว

ส่วนปีนี้บริษัทว่ามั่นใจรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 4,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ไว้ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามารับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ทั้งหมด ขณะที่ยอดขายปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 4,500 ล้านบาท หลังจาก 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขายแล้ว 3,500 ล้านบาท และในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทเตรียมเปิดโครงการแนวราบอีก 2-3 โครงการ มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท

สำหรับยอดปฏิเสธสินเชื่อปัจจุบันยังคงอยู่ที่ระดับ 20% โดยบริษัทได้ให้คำปรึกษา แนะนำ และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในหลายๆ ระดับราคาในทำเลนั้นๆ เพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่มที่มีความต้องการ

"ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังถือว่าขยายตัวได้ค่อนข้างดี ซึ่งเราได้เลิกพัฒนาโครงการที่เป็นแนวสูงมา 2-3 ปีแล้ว ซึ่งในตลาดแนวราบการเก็งกำไรค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่จริงเป็นหลัก ในขณะเดียวกันได้ทำตลาดเชิงรุกทั้ง Online Marketing และ Offline Marketing ด้วยการเลือกสื่อและเครื่องมือที่เหมาะสมกีบไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าและทำเล อีกทั้งเพิ่มงบประมาณในส่วนของ e-Marketing ช่วยเข้ามาส่งเสริมการขายให้กับบริษัทเพิ่มเติมด้วย"นายเสรี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง