ข่าวอินโฟเควสท์
17:03 เกาหลีใต้เสนอกฏหมายลงโทษสมาชิกสภานิติบัญญัติกระทำผิดข้อหาคอร์รัปชั่น   เว็บไซต์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมืองของเกาหลี…
16:13 สภาแห่งรัฐของจีนเล็งออกมาตรการรักษาเสถียรภาพภาคการเงิน   สภาแห่งรัฐของจีนเปิดเผยแถลงการณ์ในวันนี้ระบุว่า จีนจะดำเนินมาตรการที่กำหนดเป้าหมายเพื่…
13:42 ประธานเฟดบอสตันเผยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้เหมาะสม ยังไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย   นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตันเปิดเผยว…
12:39 ทำเนียบขาวเรียกประชุมผู้บริหารบริษัทผลิตชิป,ซอฟท์แวร์ คาดหารือเรื่อง"หัวเว่ย"วันจันทร์ที่จะถึงนี้   แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายลาร์รี คุดโลว์ ที่ปร…
11:28 สหรัฐเล็งส่งทหารไปซาอุดีอาระเบียหวังสกัดกั้นภัยคุกคามในตะวันออกกลาง   กองทัพสหรัฐเปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมเตรียมส่งบุคคลากรและทรัพยากรทางทหารไปย…

ตลท.เผย 9 เดือนปี 61 บจ.กำไรรวม 7.59 แสนลบ. เพิ่มขึ้น 13.27% สอดคล้องศก.แม้ราคาน้ำมันดันต้นทุนเพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561 14:14:51 น.

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET จำนวน 507 หลักทรัพย์ หรือคิดเป็น 95.30% จากทั้งหมด 532 หลักทรัพย์ (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 61 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.61 พบว่า หลักทรัพย์ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 412 หลักทรัพย์ คิดเป็น 81% ของหลักทรัพย์จดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด สูงกว่า 75% ของช่วงเดียวกันในปีก่อน

ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 61 หลักทรัพย์จดทะเบียนมียอดขายรวม 8,620,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.82% โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 871,003 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.95% และมีกำไรสุทธิ 759,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.27% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน สำหรับดัชนีชี้วัดความสามารถทำกำไร พบว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.14% ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.10% และ 8.81% ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 3/61 พบว่าโครงสร้างเงินทุนของหลักทรัพย์จดทะเบียนยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) 1.28 เท่า เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 60 ที่ 1.15 เท่า

"ผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์จดทะเบียนปรับดีขึ้นสอดคล้องเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและมีการแข่งขันทางการตลาดที่สูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการสามารถรับมือการเปลี่ยนแปลงได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะหลักทรัพย์ในกลุ่ม SET50 ทั้งนี้ หมวดธุรกิจที่มีมูลค่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่ หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มบริการ ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพการแข่งขันสูง ซึ่งรวมถึงหมวดพาณิชย์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ หมวดการแพทย์"นายแมนพงศ์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง