ข่าวอินโฟเควสท์
23:08 นักวิเคราะห์เตือนราคาเนื้อสุกรพุ่ง หลังโรคอหิวาต์แอฟริกาลุกลามในจีน   นักวิเคราะห์เตือนว่าราคาเนื้อสุกรในจีนอาจพุ่งขึ้นมากกว่า 70% ในปีหน้า ขณะ…
22:45 เกิดเหตุคาร์บอมบ์นอกอาคารหน่วยข่าวกรองอัฟกัน ส่งผลเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย   เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ด้านนอกอาคารหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถานใน…
22:18 เครมลินยืนยันจัดซัมมิต"ปูติน-คิม จอง อึน"สัปดาห์หน้า   ทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ยืนยันการจัดการประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมี…
21:56 หนูน้อยญี่ปุ่นจ่อทำสถิติทารกน้ำหนักน้อยที่สุดในโลกที่สามารถมีชีวิตรอด   นายแพทย์ทาเคฮิโกะ ฮิโรมะ จากโรงพยาบาลเด็กนากาโนะในจังหวัดนากาโนะของญี่ป…
21:19 รัฐบาลญี่ปุ่นยันเดินหน้าเพิ่มอัตราภาษีบริโภค แม้คนสนิทนายกฯส่งสัญญาณเลื่อนออกไป   รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันเดินหน้าเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีบริโภคจาก …

DRT เล็งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-บริหารจัดการสินค้า รองรับดีมานด์พุ่งจากโครงการบ้านล้านหลังช่วยผู้มีรายได้น้อย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 11:32:19 น.

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรภายในโรงงานและการบริหารคลังสินค้าเพื่อรองรับโอกาสทางการตลาด  จากนโยบายภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนผู้ที่มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยการปล่อยสินเชื่อพัฒนาโครงการให้แก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างบ้าน และปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะสนับสนุนภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างในปี 2562 ให้มีความคึกคักมากขึ้น

เนื่องจากนโยบายดังกล่าวจะเป็นตัวเร่งผลักดันการปลูกสร้างบ้าน และกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลดีต่อความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลิตภัณฑ์ ‘ตราเพชร’ จะนำจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้า ตั้งแต่ระบบหลังคา ผนังและพื้น สามารถนำไปใช้ก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง พร้อมสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด ‘สวยครบเซต ตราเพชรทั้งหลัง’ เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการผลิตและบริหารคลังสินค้าเพื่อรองรับโอกาสทางการตลาดดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ประเมินว่าช่องทางการจัดจำหน่ายร้านค้าผู้แทนจำหน่ายรายย่อย ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำสัดส่วนยอดขายสูงสุดของ DRT จะกลับมาเติบโตได้ดีจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดีขึ้น หลังจากราคาสินค้าเกษตรบางรายการเริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการร้านค้าผู้แทนจำหน่ายรายย่อยมีการปรับโฉมให้มีความทันสมัยเพื่อดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาเลือกซื้อสินค้าให้มากขึ้น เช่นเดียวกับ ตลาดส่งออกในกลุ่ม CLMV ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตโดดเด่น หลังจากผู้ประกอบการห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่อย่าง ‘โกลบอลเฮ้าส์’ ได้ขยายสาขาไปยังประเทศกัมพูชาเป็นครั้งแรก เพื่อขยายตลาดในภูมิภาคนี้ โดยจะส่งผลดีต่อการเพิ่มยอดขายของ DRT ในตลาดดังกล่าวที่มีความได้เปรียบคู่แข่งในด้านแบรนด์สินค้าที่ผู้บริโภคให้การยอมรับในด้านคุณภาพ จึงเชื่อมั่นว่าจะทำให้สัดส่วนยอดขายจากตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของยอดขายรวมทั้งหมด

ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตได้ตามแผนงาน จากขีดความสามารถการแข่งขันที่ดี ทั้งการบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหาร Product Mix หรือสัดส่วนการขายสินค้าเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและการรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในระดับ 85-90% ส่งผลดีต่อการเติบโตในปีนี้ที่จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง