ข่าวอินโฟเควสท์
16:28 เลือกตั้ง'62: "ประยุทธ์" โต้ลงพื้นที่หาเสียงไม่เกี่ยวการเมือง ไม่หวั่นถูกโยงยุบพปชร. ยันทำตามกติกา   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหั…
16:20 ครม.อนุมัติ"หจก.ศิลาเขาตำบล"ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 บีเอ็มของลุ่มน้ำป่าสัก   ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการขอผ่อนผันใ…
16:18 ครม.อนุมัติ"หจก.ชุติวรรณ"ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 บี และ 1 บีอาร์ใน จ.นครศรีธรรมราช   รายงานข่างวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประ…
16:17 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562   ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดตลาดแดนบวกในวันนี้ เนื…
16:15 นายกฯ ชี้กำลังพลจำเป็นยามฉุกเฉินไม่ใช่แค่สงคราม เตือนอย่าหาเสียงตัดงบทหารแค่สนุกปาก   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาคว…

(เพิ่มเติม) LPN ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 15% รับรู้ฯ Backlog ทั้งหมดที่มี 9 พันลบ. ,เปิด 15-16 โครงการใหม่คลุมทุกกลุ่มกระจายความเสี่ยง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 15:23:33 น.

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN)  เปิดเผยว่า ในปี 62 นี้ ภาพของสภาวะถดถอยของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยิ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้น LPN จึงได้เตรียมแผนรองรับปัจจัยลบต่าง ๆ ไว้เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าหมายไว้ไม่ต่ำกว่า 10% ด้วยการเปิดตัวโครงการให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Value และ Standard เพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ระมัดระวังในการเลือกทำเลเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพตามกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสำเร็จของโครงการ นอกจากนี้บริษัทยังมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง เนื่องจากสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมดของ LPN มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท เป็นสินค้าที่ไม่มีภาระทางด้านการเงิน

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 62 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% มาที่ 13,500 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย คอนโดมิเนียม 9,000 ล้านบาท โครงการแนวราบ 3,000 ล้านบาท และรายได้จากการบริการ 1,300-1,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนในมือ (Backlog) ราว 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 6,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 3,000 ล้านบาท ซึ่จะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปีนี้

ขณะที่ตั้งเป้ายอดขายที่ 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 11,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ 15-16 โครงการ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 5-6 โครงการ มูลค่า 12,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 10 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท  โดยข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจทั้งหมดสนับสนุนโดย LPN Wisdom หน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาโครงการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะมียังมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง นอกจากสินค้าพร้อมอยู่ที่มีกว่า 7,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำที่ราว 0.4 เท่า ขณะที่ทิศทางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นทำให้บริษัทต้องปรับตัวด้วยความระมัดระวัง โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายที่จะลดต้นทุนทางการเงินราว 50-80 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีวงเงินหุ้นกู้คงเหลือ 1,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะออกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และเตรียมที่จะขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอวงเงินหุ้นกู้อีก 3,000-5,000 ล้านบาทด้วย ซึ่งบริษัทได้รับการจัดอันดับองค์กรจากทริสเรทติ้ง ในระดับ "A-" แนวโน้ม "Stable" แสดงถึงความมั่นคงและน่าเชื่อถือทางการเงินซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการระดมทุนของบริษัทต่อไปด้วย

"ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ส่อแววให้เห็นถึงปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดอกเบี้ยเริ่มอยู่ในทิศทางขาขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มออกมาเตือนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่วงจรโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 10 ปี แต่ปัจจุบันล่วงเลยมากว่า 20 ปีแล้ว การวางแผนดำเนินงานจึงต้องปรับตัว และมีความระมัดระวังมากขึ้น เราจึงหันมาเติบโตจากรายได้การบริการที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งกลยุทธ์ต่าง ๆ เราเชื่อว่าจะช่วยให้สามารถผ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้"นายโอภาส กล่าว

นายโอภาส กล่าวว่า สำหรับภาพรวมปี 61 บริษัทมีรายได้เติบโต 20% แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในภาวะของการถดถอย แต่ทางบริษัทได้มองเห็นสถานการณ์ดังกล่าวมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน ด้วยปัจจัยที่ว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เข้ามามาก อุปทานที่มากและล้นในหลาย ๆ ทำเล , อุปทานกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มลูกค้ากลาง-บน ขณะที่อุปสงค์เทียมมีมากในตลาด ราคาที่ดินปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเข้มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น

บริษัทจึงได้ปรับเปลี่ยนโมเดลและวางแผนธุรกิจภายใต้แนวทาง Year of Shift และ Year of Chang ในปี 60-61 เพื่อที่จะให้บริษัทสามารถสร้างรายได้ทั้งจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ , รายได้ประจำ (Recurring Income) และธุรกิจให้บริการ ด้วย 3 กลยุทธ์

1.การขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังระดับบน ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย และขยายเซ็กเมนท์ไปยังกลุ่ม Gen Y 2. การขยายธุรกิจไปยัง "Office Condo" พร้อมบริการวางระบบ Offic Smart ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา และ3. การสร้างรายได้ประจำ จากการบริหารโครงการของบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด และรายได้จากการปล่อยเช่า และได้นำห้องชุดในโครงการ "ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1" อาคาร F มาปรับเปลี่ยนจากการขายเป็นการเช่าด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง