โบรกฯเชียร์"ซื้อ" TCAP มองกำไร Q4/61 ดีเกินคาด-ราคาหุ้นยังมี Upside ,ลุ้นรับผลดีหาก TBANK ควบรวมกิจการ

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday January 25, 2019 13:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์แนะนำ"ซื้อ" หุ้นบมจ.ทุนธนชาต (TCAP) หลังกำไรสุทธิในไตรมาส 4/61 ออกมา 2 พันล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้ เติบโต 7-8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 4.0- 4.4% เทียบกับไตรมาส 4/60 สาเหตุหลักจากการตั้งสำรองฯลดลง และ NPL ลดลงจาก 2.52% ในไตรมาสก่อน เหลือ 2.40% รวมทั้งสินเชื่อขยายตัวดีที่ 6%

ส่วนแนวโน้มในปี 62 แม้ว่าจะมีผลกระทบจากภาษีจ่ายที่กลับมาอยู่ในระดับปกติแบบเต็มปี แต่ด้วยแนวโน้มสินเชื่อ และ NIM ที่ปรับตัวดีขึ้น บวกกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่คาดว่าจะลดลง ทำให้คาดว่าจะยังเห็นกำไรอยู่ในระดับที่ดี

นอกจากนี้ราคาหุ้น TCAP ที่อยู่ระดับไม่แพง เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมาย ทำให้ยังมี Upside รวมทั้งคาดว่า TCAP จะได้รับประโยชน์หากจะมีการควบรวมกิจการระหว่าง ธนาคารทหารไทย (TMB) และ ธนาคารธนชาต (TBANK)

พักเที่ยงราคาหุ้น TCAP อยู่ที่ 53.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.94% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ปรับขึ้น 0.15%

          โบรกเกอร์                     คำแนะนำ                    ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          ทรีนีตี้                          ซื้อ                              67.00
          ดีบีเอสฯ                        ซื้อ                              66.00
          ฟิลลิปฯ                         ซื้อ                              62.50
          ฟินันเซียไซรัส                    ซื้อ                              58.00
          เคจีไอฯ                       Neutral                          57.50
          หยวนต้าฯ                      ซื้อเก็งกำไร                        56.00
          ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ                ถือ                              56.00

น.ส.สุนันทา วสะภิญโญกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ได้ปรับคำแนะนำจาก"ถือ" เป็น "ซื้อ" แต่ยังคงราคาเป้าหมายที่ 58 บาท เนื่องจากราคามี Upside และคาดว่าจะได้ประโยชน์หากจะมีการควบรวมกิจการ จากกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง TBANK ซึ่งเป็นธนาคารในเครือ และ TMB

TCAP ประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 4/61 ที่ 2.02 พันล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และขยายตัว 4.4% เทียบกับไตรมาส 4/60 เพราะค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯน้อยลง อีกทั้งมีสินเชื่อรถยนต์เข้ามามากในไตรมาสนี้ ส่วนกำไรสุทธิในปี 61 อยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตดี , สินเชื่อขยายตัว 6% ,หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับลงมาที่ 2.4% หนุนให้ภาพรวมผลประกอบการปี 61 เติบโตดี

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 62 คาดว่ากำไรสุทธิน่าจะปรับตัวลดลง โดยคาดมีกำไรุสทธิ ที่ 6.7 พันล้านบาท ลดลง 15% เพราะกลับมาจ่ายภาษีเต็มปี จากปีก่อนจ่ายภาษีครึ่งปี

บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า TCAP ประกาศกำไรสุทธิสำหรับในไตรมาส 4/61 ที่ 2 พันล้านบาท ดีขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน และ 4% จากงวดปีก่อน ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 10% โดยมีประเด็นสำคัญคือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นราว 2% จากไตรมาสก่อน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตสูงถึง 32% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน และ สัดส่วน NPL ลดลงจาก 2.52% ในไตรมาสก่อน เหลือ 2.40% ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มในปี 62 แม้ว่าจะมีผลกระทบจากภาษีจ่ายที่กลับมาอยู่ในระดับปกติแบบเต็มปี แต่ด้วยแนวโน้มสินเชื่อ และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น บวกกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่คาดว่าจะลดลง ทำให้คาดว่าจะยังเห็นการเติบโตของกำไรได้ราว 5% เมื่อเทียบกับปี 61 สำหรับความกังวลที่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อ NIM นั้น จากการศึกษาพบว่าอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 25 bps จะส่งผลกระทบต่อกำไรของ TCAP เพียง 1%

บล.ทรีนีตี้ คงราคาเป้าหมายปี 62 ที่ 67 บาท อิง PBV 1.10 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายกันในระดับ Forward PBV 2562 เพียง 0.8 เท่า ซึ่งถือว่า Valuation ยังไม่แพง บวกกับผลตอบแทนจากปันผลที่ราว 4.6% เป็นระดับที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรในไตรมาส 4/61 ของ TCAP เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากงวดปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่การตั้งสำรองที่ลดลงมากยังทำให้กำไรเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มีกำไรเพิ่มขึ้น 8% การตั้งสำรองลดน้อยลง และไม่มีผลขาดทุนจากเงินลงทุนเหมือนในไตรมาสก่อน

สินเชื่อโตดีที่สุดในรอบปี แต่ NPL ก็เพิ่มด้วย โดยสินเชื่อในไตรมาส 4/61 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และทำให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 60 เป็น 6.7% อย่างไรก็ตาม NPL ก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็น 2.02 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่มีอยู่ 1.99 หมื่นล้านบาท แต่สินเชื่อที่เพิ่ม ทำให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 2.4% จาก 2.52% ในไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรของ TCAP ในปี 62 ไว้ที่ 7.8 พันล้านบาท ขณะที่มองการเติบโตของกำไรอาจจะไม่โดดเด่นเนื่องจากไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเหมือนในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบราคาปัจจุบัน กับราคาพื้นฐาน 62.50 บาท ยังมีส่วนต่างจึงแนะนำ "ซื้อ"


แท็ก ทุนธนชาต   (TCAP)   UPS  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ