บลจ.บัวหลวง ตั้งเป้า AUM ปีนี้ 9.85 แสนลบ. โต 12.3% จากปีก่อน 8.78 แสนลบ.เน้นกองทุนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน-โลจิสติกส์

ข่าวหุ้น-การเงิน 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 13:40 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพีรพงษ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้กาบริหาร (AUM) ปี 62 ไว้ที่ 985,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากระดับ 878,000 ล้านบาทในปี 61 ด้วยการขยายพอร์ตภายใต้กองทุนต่างๆ โดยช่วงต้นปีนี้เตรียมออกกองทุนประเภท LTF ขนาด 5,000-10,000 ล้านบาท และจะมีการออกกองทุนตราสารหนี้เพิ่มเติมด้วย รวมถึงกองทุนประเภทอื่น ๆ

บลจ.บัวหลวง ตั้งเป้า AUM ปีนี้ 9.85 แสนลบ. โต 12.3% จากปีก่อน 8.78 แสนลบ.เน้นกองทุนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน-โลจิสติกส์

สำหรับกลยุทธ์การเลือกสินทรัพย์ลงทุนในปีนี้ จะเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่รองรับการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รถไฟรางคู่ ระบบถนน รวมถึงรองรับการลงทุนของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ หลังจากร่างกฎหมายพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ออกมา โดยเฉพาะกลุ่มกลุ่มอุตสาหกรรมโลติสติกส์และการขนส่ง ซึ่งประเทศไทยเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อที่จะเป็นโครงสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

นอกจากนั้น การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยจากการบริโภคภายในประเทศและค่านิยมในการบริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์โดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ในอาเซียน และทำให้มูลค่าตลาดและฐานจำนวนผู้ซื้อขยายตัว ซึ่งผู้ประกอบการไทยเริ่มหันมาทำตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น ทำให้ต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งสินค้ามารองรับ

อีกทั้งขยายตัวเพิ่มขึ้นของพื้นที่เมืองจำเป็นต้องมีการพัฒนาคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพมารองรับ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรมาก และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกปีทั้งผู้อยู่อาศัย ภาคธุรกิจ และนักท่องเที่ยว โดยการขยายโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งของเมือง ระหว่างเมือง และกระจายความเจริญออกไปนอกเมืองได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจการให้บริการขนส่งสาธารณะก็จะมีขอบเขตในการให้บริการและฐานผู้ใหช้มากขึ้น รวมไปถึงธุรกิจเกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ โลจิสติกส์ โฆษณา หรืออสังหาริมทรัพย์ จะได้รับประโยชน์ไปด้วย

ขณะที่มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปีนี้ คาดว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในไทยนปีนี้จะเติบโตได้แค่เพียง 4-5% ซึ่งปรับลดลงจากระดับ 8-9% ในปี 61 เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากผลประกอบของหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับผลกระทบของราคาน้ำมันที่ลดลง และยังต้องติดตามผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีน และสหรัฐ เพิ่มเติมด้วย ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจาก MSCI จะประกาศเพิ่มให้หุ้นไทยเข้าไปคำนวณในดัชนีมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้จะมีการลงทุนในหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น หรือคิดเป็นมูลค่าราว 64,000 ล้านบาท

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปี 62 คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ถึงแม้ว่าการประชุมล่าสุดอาจจะมีการส่งสัญญาณแบบมีนัยว่าจะปรับเพิ่ม แต่มองว่ายังไม่มีเหตุจำเป็น และทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ เนื่องด้วยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตในอัตราที่ชะลอลง และอัตราเงินเฟ้อไม่สูงนัก


แท็ก โลจิสติกส์   LTF  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ