ข่าวอินโฟเควสท์
20:43 "ทรัมป์"แสดงความยินดีต่อ"ไบเดน" หลังประกาศชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ แสดงความยินดีต่อนายโจ ไบเ…
20:20 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้น 2.7% ในเดือนมี.ค.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ แล…
20:09 สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มมากสุดรอบ 19 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว   กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่าง…
19:43 "ปูติน"เผยเกาหลีเหนือต้องการปลดนิวเคลียร์ แต่ต้องได้รับการค้ำประกันด้านความมั่นคง   ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำ…
19:20 เจรจาควบกิจการ"ดอยซ์แบงก์-คอมเมิร์ซแบงก์"ล่ม แม้รัฐบาลเยอรมนีให้การสนับสนุน   การเจรจาควบรวมกิจการระหว่างดอยซ์แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุด…

THCOM คาดกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่า 230 ลบ.ในปีก่อน กลับมาเปิดตลาดในจีนรุก Retail-คุยพันธมิตรเอเชีย 5 รายสรุปปีนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 15:41:35 น.

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม (THCOM) กล่าวกับ "อินโฟเควสท์" ว่า บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะดีกว่าปีก่อนที่อยู่ระดับ 230 ล้านบาท แม้ว่ารายได้ปีนี้จะอ่อนตัวลงมา แต่บริษัทจะลดค่าใช้จ่าย บริหารจัดการต้นทุนให้ดีขึ้น รวมทั้งได้เจรจากับบริษัทในจีนที่จะเข้ามาทำตลาดดาวเทียมแทนบริษัท ซีเนอร์โทน คอมมิวนิเคชั่น คอร์ปอเรชั่น ที่บริษัทได้ยกเลิกสัญญาแล้วหลังจากที่ทำไม่ได้ตามสัญญา โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดหาเงินทุนของพันธมิตรจีน คาดว่าน่าจะเริ่มทำตลาด Retail ในจีนได้ในไตรมาส 2/62  และบริษัทก็ยังเข้าไปทำตลาด Retail ในจีนได้เองอีกด้วยจากเดิมที่ขายเหมาให้กับซีเนอร์โทน ทั้งนี้ อัตราการใช้งานแบนด์วิธของไอพีสตาร์ (ไทยคม 4) ในจีนมีอยู่ 24%

ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าเจรจาร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อดำเนินธุรกิจดาวเทียมในต่างประเทศ โดยระหว่างนี้เจรจากับพันธมิตรเอเชียที่เป็น Operator ดาวเทียม 5 รายอยู่ใน 5 ประเทศ  คาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างน้อย 1 รายในปีนี้ แต่หากมีการตกลงมากกว่า 1 ราย ก็ทำได้ต่อเนื่อง เพราะบริษัทไม่มีปัญหาเงินลงทุน ทั้งนี้ ต้นทุนธุรกิจดาวเทียมในต่างประเทศต่ำกว่าในประเทศที่บริษัทเสียส่วนแบ่งรายได้ถึง  22% และแนวโน้มการใช้ดาวเทียมยังคงมีที่รองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งต้องใช้ทั้งมือถือและดาวเทียมซึ่งล่มน้อยกว่าโครงข่าย (Network)

ขณะที่การดำเนินธุรกิจในประเทศ บริษัทก็ยังคงให้บริการดาวเทียมไทยคม 4, ไทยคม 5,  ไทยคม 6 ,ไทยคม 7 และ ไทยคม 8 โดยไทยคม 4, ไทยคม 5 และ ไทยคม 6 จะหมดอายุสัญญาสัปมทานในปี 64 ซึ่งบริษัทรอภาครัฐดำเนินการคัดเลือกผู้บริการสินทรัพย์ต่อไปในรูปแบบ PPP ที่จะต้องดำเนินการก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญา นายอนันต์ ระบุว่า ไทยคมยินดีเข้าร่วมการคัดเลือกอย่างแน่นอน เพราะบริษัทมีองค์ความรู้ และเป็นผู้มีประสบการณ์บริหารดาวเทียม

สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8  ที่ยังมีกรณีพิพาทอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเพิ่งเริ่มนับหนึ่ง และคาดว่าจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ โดยบริษัทยึดตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ที่ให้ดาวเทียมที่ยิงขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่ปี 57 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งประกอบกิจการแบบใบอนุญาต  แต่กลับมีคำสั่งให้ไทยคม 7 และไทยคม 8 กลับเข้าไประบบสัมปทาน โดยระหว่างที่ยังไม่มีข้อยุติบริษัทจ่ายค่าใบอนุญาตต่ำกว่า 10%

"เราเดิน 2 track เพราะเรารอ regulator ในเมืองไทยไม่ได้ เราเปิดความร่วมมือในต่างประเทศ ไปคุยกับพันธมิตรที่มี slot ดาวเทียม เป็น operator ดาวเทียม  คุยอยู่ 5 ราย ในเอเชีย คิดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เป็นไปได้ทั้งสร้างดาวเทียมใหม่ share ส่วนทุน เราไม่มีประเด็นเรื่องเงินทุน"นายอนันต์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง