GL คาดกำไรสุทธิปี 62 โตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 289.54 ลบ. หลังหมดภาระตั้งสำรอง-ยอดสินเชื่อต่างประเทศโต

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday March 1, 2019 14:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทัตสึยะ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) คาดว่ากำไรสุทธิปี 62 มีแนวโน้มเติบโตมากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 289.54 ล้านบาท หลังจากบริษัทหมดค่าใช้จ่ายพิเศษจากภาระภาษีและการตั้งสำรองรวมทั้งสิ้น 181 ล้านบาท ประกอบกับยอดปล่อยสินเชื่อมีทิศทางการเติบโตที่ โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา, สปป.ลาว, อินโดนีเซีย ทั้งนี้บริษัทยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจมหภาคและการเมืองในประเทศไทยและกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจในประเทศไทย บริษัทมีแผนการขยายตลาดเพื่อเพิ่มสัดส่วนในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง และกลั่นกรองลูกหนี้ในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือหนึ่งให้ดียิ่งขึ้น ส่วนธุรกิจในกัมพูชาบริษัทมีแผนลดขนาดพอร์ตสินเชื่อลง และเน้นการทำตลาดในธุรกิจรถสามล้อ (รถตุ๊กตุ๊ก) มากขึ้น

ส่วนธุรกิจในประเทศศรีลังกาผ่านการเข้าถือหุ้นบริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) มองว่าในช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ประกอบกับความไม่มั่นคงทางการเมืองและอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลงด้วย ส่งผลกระทบโดยตรงให้รายได้ปรับตัวลดลงมาก อย่างไรก็ดีบริษัทยังมองว่า CCF ยังมีความสามารถในการทำผลประกอบการที่ดี

พร้อมกันนี้บริษัทยังวางเป้าหมายการควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 5% จากสิ้นปีก่อนอยู่ราว 6% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากในประเทศไทยจากสภาพเศรษฐกิจมหาภาค โดยบริษัทพยายามบริหารจัดการติดตามหนี้สินให้ดีขึ้น ประกอบกับเชื่อว่าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในประเทศเทียนมาจะทำให้ NPL ของทั้งกลุ่มอยู่ในระดับที่ดีขึ้นด้วย

นายทัตสึยะ กล่าวถึงกรณีบริษัท เจทรัสต์ จำกัด (JT) และบริษัท เจทรัสต์ เอเชีย พีทีอี จำกัด (JTA) ได้ยื่นฟ้องบริษัท มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากบริษัทมีทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่งและแยกกันอย่างชัดเจน และสามารถดำเนินกิจการรวมถึงขยายกิจการได้ตามปกติ จากปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดในมือกว่า 3,745 ล้านบาท อย่างไรก็ดีหากบริษัทต้องการเงินทุนเพิ่มจะต้องมีการขออนุมัติจากศาลก่อน

ด้านนางสาวมานิดา ซินเมอร์แมน ตัวแทนที่ปรึกษาด้านกฏหมายของ GL กล่าวถึงในเรื่องของคดีความว่า ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษาว่า กรณีหนี้ของบริษัท (ลูกหนี้) เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนแน่นอนได้หรือไม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นว่ายังต้องพิสูจน์ว่า บริษัทเป็นลูกหนี้จำนวนเท่าใด รวมถึงเป็นหนี้เดียวกันกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่พ.83/61 หรือไม่

ส่วนประเด็นว่าบริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ศาลฯเห็นว่า คู่ความต่างยังไม่รับข้อเท็จจริง จึงต้องไต่สวนเพื่อให้ได้ความต่อไป ที่ศาลล้มละลายกลางให้งดไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องจึงไม่ชอบ จึงให้ยกคำสั่งศาลล้มละลายกลางและให้ไต่สวนคำร้องใหม่เพื่อมีคำสั่งตามรูปคดีว่าจะให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทหรือไม่ต่อไป

ทั้งนี้เนื่องจากผู้ทำแผนเดิมของเจทรัสต์ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ศาลจึงอนุญาตให้เจทรัสต์หาผู้ทำแผนใหม่ ภายใน 45 วันนับแต่วันนี้ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 12 เมษายน 62 ทั้งนี้ศาลนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 26 เมษายน 62


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ