CIMBT เล็งทบทวน GDP ปีนี้ใน พ.ค.จากคาดโต 3.7% มอง Q2/62 เสี่ยงชะลอหลังเอกชนหยุดลงทุนรอรัฐบาลใหม่ชัด

ข่าวหุ้น-การเงิน 11 มีนาคม พ.ศ. 2562 14:14 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CIMBT เล็งทบทวน GDP ปีนี้ใน พ.ค.จากคาดโต 3.7% มอง Q2/62 เสี่ยงชะลอหลังเอกชนหยุดลงทุนรอรัฐบาลใหม่ชัด

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวภายในงาน Corporateday ในหัวข้อ"การเมืองและเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง"ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนการเลือกตั้ง มองว่าแนวโน้มการลงทุนของภาคเอกชนจะส่งสัญญาณชะลอตัว เพราะอยู่ระหว่างรอความชัดเจนผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่านโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร

ขณะที่กำลังซื้อประชาชนกลุ่มประชาชนฐานราก หรือกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตร คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่มาเร็วกว่าคาดและค่อนข้างรุนแรง

ทั้งนี้ CIMBT อยู่ระหว่างติดตามภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกนี้ว่าจะสามารถเติบโตเป็นอย่างไร เพราะการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจีนและสหรัฐฯ แต่มองว่าเป็นแค่ภาวะชั่วคราวเท่านั้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกจะเติบโตได้ราว 3.3%

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าจะมีการทบทวนประมาณการเป้าหมายเศรษฐกิจไทยอีกครั้งในช่วงเดือน พ.ค.62 เนื่องจากน่าจะมีความชัดเจนเรื่องการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะหน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มฐานราก รวมทั้งคาดว่าจะสามารถดำเนินการเจรจาทำข้อตกลง FTA กับประเทศแถบยูโรโซนได้ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนต่างประเทศให้หันกลับมาลงทุนในไทยมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทไทยในช่วงก่อนการเลือกตั้ง คาดว่าจะอ่อนค่าชั่วคราว แต่ภายหลังจากการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ทิศทางค่าเงินบาทจะเริ่มส่งสัญญาณแข็งค่าขึ้นชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นแหล่งพักเงินให้กับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

นายอมรเทพ กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่งออกควรระมัดระวังความเสี่ยงจากความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน แนะควรทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินด้วย โดยปีนี้คาดค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.50 บาท/ดอลลาร์

"เศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย และเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร เพราะกำลังซื้อกลุ่มฐานรากยังไม่ฟื้นตัว แม้ที่ผ่านมาจะใช้นโยบายกระตุ้นกำลังซื้อด้วยการแจกเงินลักษณะสวัสดิการ แต่หากรัฐบาลใหม่เข้ามา คาดหวังว่าจะเข้ามาเพิ่มกำลังซื้อกลุ่มฐานรากได้อย่างมั่นคงและระยะยาว โดยทำให้เงินหมุนจากกลุ่มคนด้านบน และลงมาด้านล่างได้ แต่ต้องติดตามว่าจะเป็นไปตามที่คาดหรือไม่ นอกจากนี้ยังอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ เรียกความเชื่อมั่นให้กลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติให้กลับมาลงทุนในไทย ถือเป็นปัจจัยสำคัญช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ชัดเจนในครึ่งปีหลัง"นายอมรเทพ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ