ข่าวอินโฟเควสท์
17:02 "อาเบะ" รุดเยี่ยมผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" รับปากรัฐบาลจะเร่งค้นหาผู้สูญหาย พร้อมมอบความช่วยเหลือเต็มที่   นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่…
15:26 ชาวฮ่องกงนับหมื่นสวมหน้ากากดำออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในย่านเศรษฐกิจสำคัญ   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงที่สนับสนุนการเรียกร้องปร…
14:37 จีนเผยมีผลผลิตนมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ เปิดเผยว่า จีนมี…
13:10 "ทรัมป์" ยกเลิกแผนจัดประชุม G7 ที่สนามกอล์ฟในฟลอริดา หลังถูกสื่อวิจารณ์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะไม่ใช้สนามกอล์ฟของตัวเองในรั…
11:47 IMF เตือนทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาพิพาทด้านการค้า ก่อนสร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจโลก   คณะกรรมการกำหนดนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนให้…

แอสเซท พลัส ออกกองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare เสนอขาย IPO 14-27 มี.ค.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2562 13:28:24 น.

บลจ. แอสเซท พลัส ออกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินโนเวทีฟ เฮลธ์แคร์ (ASP-IHEALTH) ที่ผสมผสานระหว่างความก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์และความสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีอย่างลงตัว เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ลงทุน ที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นกลุ่ม Healthcare ในอนาคต เสนอขายครั้งแรก (IPO) 14-27 มี.ค.62 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

นายรัชต์  โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านสุขภาพมีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับในอดีต โดยปัจจัยหลักที่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว ได้แก่ การเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงกว่าวัยอื่น ๆ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชากรที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการเกิดโรค และก่อให้เกิดอัตราการใช้จ่ายในด้านสุขภาพที่มากขึ้น

นอกเหนือจากนั้นยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรักษารูปแบบใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการขยายขอบเขตการรักษาไปสู่โรคที่ไม่เคยรักษาได้มาก่อน กระตุ้นให้เกิดอัตราการเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพโดยรวมจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดดดังเช่นที่กล่าวมา ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจอยู่ในขอบเขตดังกล่าวได้รับอานิสงค์เชิงบวก และมีมูลค่าเติบโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ทิศทางของเทรนดังกล่าวก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงมองว่าหุ้นในกลุ่ม Healthcare จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาว อีกทั้งยังมีมูลค่าพื้นฐานที่ยังไม่สูงเกินไป จึงเหมาะแก่การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคต บริษัทจึงจัดตั้ง กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินโนเวทีฟ เฮลธ์แคร์ (ASP-IHEALTH) ซึ่งเป็นบริบทใหม่แห่งการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ที่สนใจลงทุนในกลุ่ม Healthcare ที่ผสมผสานระหว่างความก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์และความสร้างสรรค์ทางด้านเทคโนโลยีอย่างลงตัว

โดยประกอบไปด้วยความพิเศษ 2 ประการ คือ เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Biotechnology เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต และส่งผลให้เกิดนวัตกรรมมากมายที่มีบทบาทสำคัญทางการแพทย์ นอกจากนั้นยังเน้นลงทุนในบริษัทที่ใช้นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ต่อยอดในการคิดค้น วิจัย และพัฒนาการรักษา เช่น บริษัทที่พัฒนาแพลทฟอร์มที่ใช้สำหรับในการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ทางไกล บริษัทที่มีการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการผ่าตัด เป็นต้น

นายรัชต์ กล่าวว่า บริษัทได้คัดเลือกบริษัทต่างประเทศที่มีความเหมาะสมและเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว ได้แก่ Janus Henderson investor  สำหรับการลงทุนใน Biotechnology ซึ่งเป็น Sector ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและความเชี่ยวชาญอย่างมากในการคัดเลือกหุ้น เนื่องจากทีมลงทุนของ Janus Henderson มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวกับ Biotechnology โดยตรง สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในการคัดสรรหุ้นของทีม และ Credit Suisse อีกหนึ่งบริษัทที่เป็นที่มีประวัติยาวนานในวงการการลงทุน โดยปัจจุบัน Credit Suisse เป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีกองที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Innovative Healthcare  ซึ่งเน้นลงทุนในกระแสการวิวัฒนาการของวงการสุขภาพ โดยจะลงทุนเฉพาะในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Healthcare ที่มีวิวัฒนาการมาจากการพัฒนาขึ้นของนวัตกรรม ซึ่งเป็นธีมการลงทุนมีแตกต่างไปจากการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วๆไปอย่างชัดเจน

กองทุน ASP-IHEALTH มีความเสี่ยงระดับ 7 เป็นกองทุนรวมตราสารทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะเจาะจงในหมวดอุตสาหกรรม Healthcare กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ ได้แก่ Janus Henderson investor Biotechnology Fund และ Credit Suisse Global Digital Health Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง