ข่าวอินโฟเควสท์
19:10 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ปิดแดนลบ นักลงทุนจับตาสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปิดในแดนลบวันนี้ หลังปรับตัวขึ้น 2 ว…
18:46 "หัวเว่ย"โต้ข่าว"บลูมเบิร์ก" ยันไม่มีโครงการร่วมมือกองทัพจีน   นายซง หลิวปิง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ กล่าวยืนยั…
18:21 BEM-UNIQ และกลุ่มร่วมทุน BTS-GULF-STEC-RATCH ยื่นชิงงาน O&M มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง   รายงานข่าวจากกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในวันนี้ กรมทางหลวงได้เป…
18:10 ทั่วโลกจับตา"ทรัมป์" VS "สี จิ้นผิง" 09.30 น.เสาร์นี้ ชี้ชะตาสงครามการค้า   ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดพบกับประธานาธ…
18:03 (เพิ่มเติม) 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจ่อยื่นเอาผิด "ชวน" ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ไม่บรรจุญัตติตรวจสอบที่มา ส.ว.   นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพ…

TMB เผยกำไร Q1/62 ลดลง 7.2% ตามรายได้-ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงาน,เผยเห็นสัญญาณ NIM ฟื้น

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 17:28:53 น.
ธนาคารทหารไทย (TMB) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/62 ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,579 ล้านบาท ลดลง 7.2%

ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,236 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่เริ่มเห็นการฟื้นตัวของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาที่ 2.89% จาก 2.86% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 12.9% มาอยู่ที่ 2,280 ล้านบาท ตามรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/61  รายได้จากการดำเนินงานรวมจึงอยู่ที่ 8,517 ล้านบาท ลดลง 3.8%

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 4,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน โดยในไตรมาส 1 นี้ ธนาคารมีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำหรับเงินชดเชยโครงการผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานเมื่อเกษียณอายุ (Employee Retirement Benefit) ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นการบันทึกแบบ one time

TMB มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ ที่ 3,790 ล้านบาท ลดลง 9.3% ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ จำนวน 1,839 ล้านบาท และภาษี อย่างไรก็ดี หากไม่รวมค่าใช้จ่ายรายการพิเศษดังกล่าว TMB จะมีกำไรสุทธิ 1,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสก่อน

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ภาพรวมยังคงเป็นไปตามเป้าหมายปี 62 ของธนาคารที่จะบริหารจัดการสัดส่วน NPL ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.9% และคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสียให้สูงกว่า 140%  ซึ่งในไตรมาส 1/62 ธนาคารมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.81% และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสีย ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงที่ 145%

ในส่วนของระดับความเพียงพอของเงินกองทุน อัตราส่วน CAR และ Tier I ณ สิ้นไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 17.5% และ 13.7% เป็นไปตามเกณฑ์ Basel III และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ

ในไตรมาส 1/62 ธนาคารสามารถขยายฐานเงินฝากมาอยู่ที่ 6.61 แสนล้านบาท หรือเติบโต 1.8% จากไตรมาสที่แล้ว ตามการขยายตัวของเงินฝากลูกค้ารายย่อย ด้านสินเชื่ออยู่ที่ 6.87 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% หนุนโดยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับกำไรสุทธิมีจำนวน 1,579 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย รวมทั้งการบันทึกค่าใช้จ่าย one-time สำหรับ Employee Retirement Benefit ตามพรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่

ส่วนคุณภาพสินทรัพย์เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสัดส่วน NPL อยู่ในระดับทรงตัวที่ 2.81% ขณะที่สัดส่วนสำรองฯ ต่อ NPL (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 145%

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าวว่า "ทีเอ็มบียังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การใช้เงินฝากเป็นตัวนำ โดยการขยายฐานลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝาก เมื่อรู้จักและเข้าใจความต้องการของลูกค้าแล้วจึงค่อยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ ประกัน และการลงทุน

ทีเอ็มบี ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่แตกต่าง หากแต่ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าให้กับลูกค้าภายใต้แนวคิด Get MORE with TMB อย่างเช่นล่าสุดในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทีเอ็มบีได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในรูปแบบของประกันอุบัติเหตุ คุ้มครอง 20 เท่าของเงินฝาก หรือสูงสุด 3 ล้านบาท ให้กับลูกค้าTMB All Free ที่มีเงินฝากในบัญชี 5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจากความตั้งใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ทีเอ็มบีสามารถขยายฐานลูกค้าและเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 62 เงินฝากเติบโต 1.8% หนุนโดยเงินฝากจากลูกค้ารายย่อยจากผลิตภัณฑ์หลัก หรือ Flagship product ได้แก่ TMB All Free (+2%) และ TMB No Fixed (+3%) รวมทั้งเงินฝากในรูปแบบดิจิทัล ME Save (+7%)

ด้านสินเชื่อ ธนาคารเน้นขยายสินเชื่อใหม่ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินเชื่อในพอร์ตปัจจุบันอย่างรอบคอบ โดยในส่วนของการให้สินเชื่อใหม่นั้น พอร์ตที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ พอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (+6%) สำหรับพอร์ตสินเชื่อลูกค้าธุรกิจปรับตัวลดลงจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งผลจากการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง ส่งผลให้พอร์ตลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีขนาดกลางลดลง จึงทำให้ในภาพรวมสินเชื่อเติบโตได้ที่ 0.2%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง