(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้รีบาวด์กรอบจำกัด เล็ง Sentiment บวกจากตลาดตปท.แม้การเมืองในปท.กดดัน

ข่าวหุ้น-การเงิน 24 เมษายน พ.ศ. 2562 09:22 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ในกรอบจำกัด คาดว่าจะได้ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวกกันเป็นส่วนใหญ่ ตามตลาดสหรัฐฯปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ผลประกอบการของหลายบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาดทำให้ไปกระตุ้นแรงซื้อ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สหรัฐฯได้ประกาศยกเลิกคำสั่งผ่อนผันแก่ 8 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ทำให้ประเทศดังกล่าวจะไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ต่อไปหลังจากวันที่ 1 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ดี ตลาดฯคงจะฟื้นตัวอย่างจำกัด เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากการเมืองในประเทศ โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ

พร้อมให้แนวรับ 1,671-1,665 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (23 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,656.39 จุด เพิ่มขึ้น 145.34 จุด (+0.55%) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,933.68 จุด เพิ่มขึ้น 25.71 จุด (+0.88%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,120.82 จุด เพิ่มขึ้น 105.56 จุด (+1.32%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 97.09 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 4.97 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 148.95 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 28.34 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 9.24 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 5.66 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 6.26 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 19.87 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (23 เม.ย.62) 1,671.31 จุด ลดลง 2.17 จุด (-0.13%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 575.54 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (23 เม.ย.62) ปิดที่ 66.30 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 75 เซนต์ หรือ 1.1%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (23 เม.ย.62) ที่ 3.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.99 อ่อนค่าหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนุนดอลล์แข็ง มองกรอบวันนี้ 31.90-32.05
  • กพอ.ติดตามความคืบหน้า 4 เมกะโปรเจคอีอีซี วงเงินลงทุน 6.5 แสนล้านบาท มั่นใจเสนอ ครม.เดือน พ.ค.พร้อมลงนาม ทันรัฐบาลนี้ "คณิศ" เผย NPC เอกสารไม่ครบตกคุณสมบัติ ถูกตัดสิทธิ์ชิง แหลมฉบังเฟส 3 เปิดทางกัลฟ์-ปตท.ฉลุยยึด 2 ท่าเรืออีอีซี NPC ร้องศาลปกครองวันนี้ขอคุ้มครองประมูลแหลมฉบัง
  • คลัง เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า คาดใช้งบกว่า 2 หมื่นล้านบาท ผ่าน 4-5 มาตรการ เล็งช่วยเหลือค่าเทอมบุตรผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐ แจกรายละ 500 บาท พร้อมเพิ่มเงินในบัตรผู้พิการอีกคนละ 200 บาท ส่วนแผน กระตุ้นท่องเที่ยว แจกคนละ 1,500 บาท เที่ยวเมืองรอง จำกัดแค่ 10 ล้านคน
  • ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่น มี.ค.62 แตะ 96.3 สูงสุดรอบ 74 เดือนแต่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าทิศทางไม่สดใสเหตุวิตกการเมืองหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจโลกชะลอ ชี้ตั้งรัฐบาลช้ายิ่งอาจทำให้การลงทุนใหม่ชะลอแนะให้ตั้งโดยเร็ว หนุนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์ มี.ค. สูงสุดรอบ 68 เดือน ยอดขายในประเทศ-ส่งออกโตต่อเนื่อง ด้านกลุ่มอาหารค้านภาษีเกลือ
*หุ้นเด่นวันนี้
  • PTTEP (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อ"เป้า 150 บาท ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลบวกโดยตรงต่อ PTTEP ในฐานะผู้ประกอบการสำรวจและผลิต โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น และการรับรู้กำไรจากการซื้อกิจการ Murphy ในมาเลเซีย
  • XO (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 14 บาท (PE 23x) กำไรปีนี้สดใสเพราะได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจากนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ และได้ประโยชน์เต็มปีจากการขึ้นราคาขาย 1.5-6.5% ตั้งแต่ Q3/61 ขณะที่ราคาวัตถุดิบลดลงทั้งน้ำตาลและกระเทียม และล็อคราคาวัตถุดิบที่ระดับต่ำล่วงหน้าถึงปี 2563 โดยคาดกำไรปกติปีนี้ +16% Y-Y เป็น 257 ล้านบาท ด้านโรงงานดองพริกแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างจะแล้วเสร็จก.พ.ปีหน้า ช่วยลดต้นทุนได้อีก PE ปีนี้ 16.6x และ 15.8x ปีหน้า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 24x
  • EKH (กรุงศรี) "ทยอยสะสม"เป้า Consensus 7.5 บาท เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงด้านกุมารเวช โดยเฉพาะบริการด้าน IVF (เด็กหลอดแก้ว) นับเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพราะมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวจีนซึ่งมีดีมานด์และกำลังซื้อสูงมาก (ลูกค้าจีน:ไทย = 80:20)

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ