ผถห.NOK อนุมัติกู้ 3 พันลบ.พลิกฟื้นธุรกิจ คาดหยุดขาดทุนได้ภายในปลายปี 62 หรือต้นปี 63

ข่าวหุ้น-การเงิน 25 เมษายน พ.ศ. 2562 16:59 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผถห.NOK อนุมัติกู้ 3 พันลบ.พลิกฟื้นธุรกิจ คาดหยุดขาดทุนได้ภายในปลายปี 62 หรือต้นปี 63

นายประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการรับความช่วยเหลือทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ภายใต้วงเงินกู้ยืมจำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำรองในการดำเนินงานธุรกิจ

"วัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงินครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานทั่วไป ทำให้นกแอร์มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจการเพื่อเดินหน้าแผนพลิกฟื้นธุรกิจต่อไป ซึ่งเงื่อนไขการกู้ยืมเงินผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงิน เป็นการลดภาระของผู้ถือหุ้น เพราะไม่ต้องทำการเพิ่มทุนอีกและถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งเงินทุน" นายประเวช กล่าว

ขณะที่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ NOK กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ การลดการขาดทุน (Stop Bleeding), การรักษาความมั่นคงของบริษัทเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า (Stabilizing) และการหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโต (Expansion)

ปัจจุบันบริษัทอยู่ในขั้นตอนของการลดการขาดทุน โดยมีกลยุทธ์การดำเนินงาน เช่น การจัดการฝูงบินให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารและเส้นทางการบิน เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน, ลดชนิดเครื่องบิน จาก 3 ชนิดลดลงให้เหลือชนิดเดียว เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินการ และเพิ่มเส้นทางบินระหว่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย และญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นตลาดที่สร้างรายได้และกำไรได้ดีกว่าตลาดในประเทศและเป็นการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างความร่วมมือระหว่างสายการบินไทย และสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นพันธมิตรภายใต้ชื่อ Thai Group และการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรของสายการบินราคาประหยัด ภายใต้ชื่อ Value Alliance ซึ่งประกอบไปด้วยสายการบินนานาชาติ ได้แก่ สายการบินนกแอร์ Scoot, NokScoot, Cebu Pacific, JejuAir, Vanilla Air

นายประเวช ยังกล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถหยุดการขาดทุนได้ภายในสิ้นปี 62 หรือไตรมาสแรกของปี 63 จากปี 61 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,786.76 ล้านบาท และจะเริ่มเข้าสู่ระยะที่ 2 คือ การรักษาผลประกอบการไม่ให้ขาดทุน โดยวางเป้าหมายไม่ให้ขาดทุนเป็นระยะเวลา 3 ไตรมาส ก่อนก้าวเข้าสู่ขั้นตอนของการขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตในปีถัดไป

"ขณะนี้เป็นช่วงของการหยุดขาดทุน จากการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย หากเราสามารถหยุดขาดทุนได้ต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ไตรมาส เราก็จะเข้าไปสู่ช่วงของการสร้างเสถียรภาพ และนำไปสู่ช่วงของการขยายธุรกิจ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 ปี"นายประเวช กล่าว

ในการหยุดขาดทุนนั้น บริษัทจะต้องเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย โดยผสานความร่วมมือกับ NokScoot ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 49% ซึ่งนกสกู๊ตเป็นสายการบินโลว์คอสระหว่างประเทศและมีการขยายเส้นทางบินไปในหลายประเทศ หากนกแอร์สามารถส่งผ่านผู้โดยสารไปสู่ต่างประเทศได้ โดยใช้ code share กับนกสกู๊ตก็ถือเป็นการเพิ่มรายได้ อีกทั้งนกสกู๊ตก็จะสามารถส่งผ่านผู้โดยสารจากต่างประเทศมาใช้บริการของนกแอร์เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย

"การผสานงานดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มรายได้และเส้นทางบินเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังได้ร่วมมือกับทาง Thai Group, การบินไทย และไทยสมายล์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อกระแสนักท่องเที่ยวจีนกลับมา บริษัทฯ ก็จะให้บริการได้มากขึ้น"นายประเวช กล่าว

ขณะที่แผนการบิน ปัจจุบันนกแอร์อยู่ระหว่างขยายเส้นทางบินไปในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ บริษัทจะมีชาร์เตอร์ไฟล์ทไปยังฮิโรชิม่า อีกทั้งเตรียมขยายเส้นทางบินเข้าไปที่เมืองรองของอินเดียอีก 2 เมือง คือ กวรัตติ และวิศาขาปัตตนัม

ส่วนแผนการลดค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนกแอร์มีจำนวนเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737 จำนวน 15 ลำ มีเครื่องบินแบบ Q400 จำนวน 8 ลำ และเครื่องบินแบบ ART อีก 2 ลำ ซึ่งการที่บริษัทเป็นโลว์คอสแอร์ไลน์ และมีเครื่องบิน 3 รูปแบบใน Fleet เดียวกันก่อให้เกิดต้นทุนที่สูง บริษัทจึงดำเนินการนำเครื่องบินแบบ ATR จำนวน 2 ลำออกจากฝูงบิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังมีการทบทวนความต้องการใช้เครื่องบินด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ