UMI คาดพลิกกลับมามีกำไรภายใน 2-3 ปี (62-64) รับผลประกอบการบริษัทลูกถึงจุดคุ้มทุน-รุกขยาย CLMV

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 2, 2019 16:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายจะกลับมามีกำไรได้ภายใน 2-3 ปี (62-64) โดยจะเป็นผลมาจากบริษัทลูก คือ บริษัท ที.ที.เซรามิค จำกัด (TTC) สามารถปรับปรุงผลประกอบการให้กลับมาสู่จุดคุ้มทุนได้ โดยปัจจุบันบริษัท TTC ใช้กำลังการผลิตอยู่ 2 เตาเผา หรือราว 7 ล้านตารางเมตร/ปี ซึ่งหากสามารถใช้กำลังการผลิตได้ถึง 3 เตาเผาก็จะสามารถกลับมามีผลประกอบการถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มมีกำไรได้

แต่อย่างไรก็ตาม หากมองผลประกอบการเฉพาะ UMI ที่ไม่รวมกับ TCC ก็จะเริ่มกลับมามีกำไรได้ในปีนี้ โดยบริษัทเน้นการเพิ่มยอดขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าผลการดำเนินงานงบรวมในส่วนของรายได้รวมจะเติบโตราว 7% จาก 2.4 พันล้านบาทในปีก่อน ตามภาพรวมอุตสาหกรรมเติบโต 3-4% รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันยังเน้นการขยายตลาดไปยังกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มเป็น 10% จากปี 61 อยู่ที่ 7% โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศ CLMV อย่างกัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม โดยที่ผ่านมาก็เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และบริษัทยังได้ศึกษาความต้องการ รูปแบบของสินค้าที่เหมาะสม เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ บริษัทยังได้ปรับแผนการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศมาจำหน่ายเพื่อให้สามารถแข่งขันด้านราคาได้ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี หรือภายในปี 65 จะปรับสัดส่วนกระเบื้องนำเข้าเพิ่มเป็น 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 12-13% โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากอินเดียและเวียดนาม เพื่อให้มีสินค้ารองรับได้ทุกกลุ่ม เพราะกระเบื้องบางชนิดหากผลิตเองจะมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้า พร้อมกันนั้นบริษัทยังได้เพิ่มสินค้านำเข้าที่มีขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนสูง หรือไม่เชี่ยวชาญในการผลิตเข้ามาจำหน่ายในไทยด้วย

"ปีนี้เรามีการปรับตัวมาค่อนข้างมากไม่ว่าจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตอบรับความต้องการของลูกค้า และทำการตลาดในรูปแบบใหม่ ๆ รวมไปถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ หลังจากที่ผ่านมาเราได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ และการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งปีนี้เราเชื่อว่าแนวโน้มจะดีขึ้นและผลขาดทุนลดลง โดยเฉพาะงบเดี่ยวของ UMI ที่จะกลับมามีกำไรได้แล้วในปีนี้จากการเพิ่มยอดขายและบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งในข่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีการเติบโตได้ดีขึ้นแล้ว"นางสาวปวีณา กล่าว

นางสาวปวีณา กล่าวอีกว่า สำหรับงบลงทุนในปีนี้จะใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต 50-60 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนปกติ โดยปัจจุปันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 27-28 ล้านตารางเมตร/ปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิตประมาณ 75% นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการลงทุนด้านไอทีไป 50 ล้านบาท จากปีก่อนบริษัทไม่มีการลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาและเจรจาร่วมลงทุนโรงงานในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อรองรับการขยายตลาดในต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่บริษัทได้ขอวงเงินการออกหุ้นกู้ไว้ 500 ล้านบาท โดยจะออกหุ้นกู้ทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบอายุราว 347 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะใช้รองรับการลงในอนาคต


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ