(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับตัวลงตามตลาดตปท. หลังจีนเปิดศึกการค้าตอบโต้สหรัฐฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday May 14, 2019 09:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ปรับตัวลงเฉลี่ย 1% ตามดาวโจนส์ที่ร่วงกว่า 600 จุด หลังจากที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากที่จีนได้มีการตอบโต้สหรัฐฯด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากเดิม 10% วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.

อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเราอาจปรับตัวลงไม่มาก เนื่องจากเช้านี้ทาง MSCI ได้มีการประกาศเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย โดยเป็น MSCI Global Standard Index ได้มีการเพิ่มหุ้นเข้า 3 ตัวคือ INTUCH, DTAC, RATCH และได้ถอดหุ้นออก 1 ตัว คือ DELTA ส่วนหุ้นขนาดเล็กก็ได้มีการนำเข้า 6 ตัว และออก 6 ตัว ซึ่งอาจจะช่วยดึงเม็ดเงินต่างชาติให้เข้ามาลงทุนได้บ้าง

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะต้องติดตามเป็นการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งที่ประกาศออกมาแล้วเกือบ 50% นับได้ว่าออกมาไม่ดี พร้อมให้จับตาการจัดตั้งรัฐบาล และสงครามการค้าต่อไป

พร้อมให้แนวรับ 1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,645 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (13 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,324.99 จุด ลดลง 617.38 จุด (-2.38%) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,811.87 จุด ลดลง 69.53 จุด (-2.41%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,647.02 จุด ลดลง 269.92 จุด (-3.41%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 320.51 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 30.88 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 599.12 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 78.08 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 18.77 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 28.78 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 20.24 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 23.89 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (13 พ.ค.62) 1,640.13 จุด ลดลง 8.56 จุด (-0.52%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 702.36 ล้านบาท เมื่อวันที่ 13 พ.ค.62
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (13 พ.ค.62) ปิดที่ 61.04 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 62 เซนต์ หรือ 1%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (13 พ.ค.62) ที่ 3.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.60/62 ติดตามท่าทีสหรัฐฯ-จีน จากปัญหาสงครามการค้า มองกรอบวันนี้ 31.50-31.70
  • "จีน" สั่งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผล 1 มิ.ย.นี้ หวังตอบโต้สหรัฐด้านที่ปรึกษา "ทรัมป์" หวั่นกระทบผู้ประกอบการสหรัฐ ขณะส.อ.ท.ห่วงกลุ่มยานยนต์-อิเล็กฯ อาจโดนผลกระทบด้วย สื่อต่างชาติเผยสหรัฐเล็งขยายรายชื่อประเทศปั่นค่าเงินหวังผลการค้า "ไทย" ติดโผด้วย ด้าน ธปท.ปัดบิดเบือนค่าเงิน ลั่นหารือกับสหรัฐมาต่อเนื่อง
  • กพอ.อนุมัติสัญญาไฮสปีดลงนาม "ซีพี" ชง ครม.28 พ.ค.นี้ เผยเปิดช่องแก้สัญญาได้ในช่วง 50 ปี "คณิศ" ยอมรับแหลมฉบัง-เอ็มอาร์โอ ไม่ทันรัฐบาลนี้ "กองทัพเรือ" เตรียมสู้คดีอู่ตะเภา เดินหน้าประมูลทัน มิ.ย.นี้ "ผู้ตรวจการ" แจ้ง กทท.ทบทวนตัดสิทธิ "เอ็นซีพี"
  • "พาณิชย์" กำหนดราคาให้ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 2 แสนตัน ไปใช้ผลิตไฟฟ้าในราคานำตลาดที่ 16.25-16.50 บาท/กก. หวังให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่ากิโลละ 2.50-3.00 บาท เชิญชวนยื่นเสนอขายได้ตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. ย้ำไม่มีผลทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่ม เหตุ กฟผ.รับภาระไว้เอง
  • "บีโอไอ" เผยสถิติยื่นขอส่งเสริมฯการลงทุนไตรมาสแรกปี 2562 มีจำนวน 387 โครงการเพิ่มขึ้น 12% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.28 แสนล้านบาท ทุนญี่ปุ่นคงอันดับหนึ่งขอรับการส่งเสริมสูงสุด รองลงมาเป็นจีน และสิงคโปร์

*หุ้นเด่นวันนี้

  • M (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 79 บาท กำไร Q1/62 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 710 ล้านบาท +3% Q-Q, +12% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด ต้นทุนวัตถุดิบเป็ดที่ขยับขึ้น ชดเชยได้จากราคาหมูที่ล็อกยาวถึงปีหน้า SSSG ที่ +2% Y-Y การเปิดสาขาใหม่ 11 แห่ง และความสำเร็จของโปรโมชั่น
  • LH (ทรีนีตี้) "ซื้อ"เป้า 11.80 บาท อิงผลประกอบการปี 2562 ด้วยปัจจัยหนุนดังนี้ 1) คงรายได้จากกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนเป็นหลัก 2) มี Dividend Yield ทั้งปีที่ 6.82% 3) เปิดให้บริการ Terminal Pattaya จะมาสนับสนุนรายได้ค่าเช่า 4)กำไรที่คาดว่าจะโดดเด่นในช่วง H2/62
  • BEM (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 11.8 บาท กำไรสุทธิ Q1/62 ดีกว่าที่ตลาดคาด แนวโน้มระยะกลางยาวยังดีต่อโดยมี Story บวกจากการเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสีน้ำเงินในช่วง Q3/62 และยังมั่นใจได้ต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนอีก 30 ปี เพิ่ม Valuation ให้ BEM 2-2.5 บาทต่อหุ้น อีกทั้งยังปลดล็อก Overhang ของสัญญาสัมปทานเดิมที่จะหมดอายุในปี 2563

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ