PREB โอด Q1/62 กำไรหดจากงานชะลอเหตุภาวะศก.-การเมืองไม่แน่นอน ยังคงเป้ารายได้รับเหมาปีนี้ 4 พันลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 10:53 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

PREB โอด Q1/62 กำไรหดจากงานชะลอเหตุภาวะศก.-การเมืองไม่แน่นอน ยังคงเป้ารายได้รับเหมาปีนี้ 4 พันลบ.

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บมจ. พรีบิลท์ (PREB) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/62 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 99.69 ล้านบาท ลดลงจาก 144.25 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามเป้าที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและทิศทางทางการเมืองที่ผ่านมามีความไม่แน่นอน ทำให้ผู้ว่าจ้างชะลอการเปิดโครงการบางส่วนเพื่อรอผลทางการเมืองที่ชัดเจน เป็นผลให้ความต่อเนื่องของการเปิดโครงการอาจจะไม่ต่อเนื่องกันเหมือนปีก่อนๆ

โดยในไตรมาสนี้มีการส่งมอบงานเก่าที่มีการรับงานตั้งแต่ปี 2560 ส่วนงานที่รับใหม่ในปลายปี 2561 อยู่ในช่วงเริ่มเตรียมการ ซึ่งจะมียอดส่งมอบสูงขึ้นหลังจากนี้ไป

PREB โอด Q1/62 กำไรหดจากงานชะลอเหตุภาวะศก.-การเมืองไม่แน่นอน ยังคงเป้ารายได้รับเหมาปีนี้ 4 พันลบ.

บริษัทฯ ยังคงคาดการณ์ว่า จะมีรายได้จากส่วนงานรับเหมาก่อสร้างประมาณ 4 พันล้านบาทในปีนี้เป็นอย่างน้อย โดยสิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2562 บริษัทยังมียอดงานในมือ(Backlog)ประมาณ 8 พันล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการประมูลและเจรจาต่อรองอีกประมาณ 4-5 พันล้านบาท

ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ในส่วนพรีคาสต์ มีการเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันมี Backlog ประมาณ 370 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับยอดขายของแผ่นพื้นที่มียอดขายเฉลี่ยประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ได้ทั้งหมดในปีนี้ประมาณ 575 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ มี 2 ส่วนคือ ส่วนที่พัฒนาเองผ่านบริษัทย่อยที่ PREB ถือหุ้น 100% คือ บริษัท IS AM ARE และ JOINT VENTURE ที่บริษัทไปร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็จะเริ่มมีการรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยแต่ละโครงการล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ โดยคาดการณ์ว่า โครงการแนวราบน่าจะก่อสร้างเสร็จและโอนได้บางส่วนประมาณ 90 ล้านบาท ส่วนโครงการที่มีการร่วมทุนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสีเขียวสถานีเสนานิคม ที่มียอดขายและทำสัญญาไปแล้วกว่า 90% ก็คาดการณ์ว่าจะพร้อมโอนประมาณปลายปีนี้

ปัจจุบันบริษัทฯมีโครงการอสังหาฯ ที่พัฒนาเอง จำนวน 3 โครงการ มูลค่า 4,400 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร จำนวน 5 โครงการ มูลค่า 5,200 ล้านบาท โดยโครงการร่วมทุนโครงการ Quinto ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ยอดขายและทำสัญญาแล้วอยู่ที่ 90% จะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในช่วงปลายปีนี้และบริษัทฯจะเริ่มทยอยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนนี้ตามสัดส่วนการลงทุนคือ 49% ดังนั้นจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีกำไรเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ