ข่าวอินโฟเควสท์
01:29 เครื่องบินแอร์อินเดียลงจอดฉุกเฉินที่กรุงนิวเดลี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้   สื่อรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียได้ลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอาก…
01:16 "หัวเว่ย"ออกแถลงการณ์ค้านสหรัฐนำบริษัทในเครือขึ้นแบล็กลิสต์   บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน ออกแถลงการณ์คัดค้านการที่สหรัฐจะนำบริษัทในเครืออีก …
00:47 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำมันระเบิดในแทนซาเนียพุ่งเกือบ 100 ราย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำม…
00:33 "บักกิ้งแฮม"โต้ข่าว"เจ้าชายแอนดรูว์"พัวพันคดีทางเพศของ"เอปสไตน์"   สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวที่ว่า เจ้าชายแอนดรูว์ โอรสองค…
00:10 จีนเรียกร้องสหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นเกี่ยวกับฮ่องกง   กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเรียกร้องให้สหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นที่เกี่ยวกับฮ่องกง ทั้งนี้…

BM มองผลงาน Q2/62 โตต่อเนื่อง รับรู้ฯงาน USO NET เฟส 2 หนุน ตุน Backlog 500-600 ลบ.หนุนรายได้ทั้งปีโตตามเป้า

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 10:50:00 น.

นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอกชีทเม็ททัล (BM) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/62 คาดว่าจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าจะมีการรับรู้รายได้ธุรกิจตู้สื่อสาร "USO NET เฟส2" ประกอบกับธุรกิจรางและท่อร้อยสายไฟฟ้า โดยบริษัทวางแผนจะเข้ารับงาน และประมูลงานภายใต้งานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และเอกชน เพื่อสนับสนุนมูลค่างานในมือให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 500-600 ล้านบาท ส่วนรถตุ๊ก ตุ๊ก ไฟฟ้าได้เริ่มผลิตและส่งมอบในไตรมาส 2

ดังนั้น บริษัทจึงคาดว่ารายได้ปี 2562 จะเติบโต 20% จากปี 2561 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,028.19 ล้านบาท ทำสถิติใหม่สูงสุดจากการเติบโตของทุกธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจรางและท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ในปีนี้จะมีเริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสีต่าง ๆ ส่งผลให้บริษัทและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย ขณะที่ธุรกิจการค้าระหว่างหน่วยงานธุรกิจกับหน่วยธุรกิจ (B2B) บริษัทคาดว่าจะยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/62 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.58 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการขาดทุนอยู่ที่ 4.22 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าใช้จ่ายในการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยบริษัทมีต้นทุนการขายอยู่ที่ 160.03 ล้านบาท ลดลง 13.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิต ได้แก่ ค่าล่วงเวลา ค่าไฟฟ้า ค่าวัสดุใช้สิ้นเปลือง และค่าเบ็ดเตล็ดโรงงาน ได้มีการปรับตัวลดลง

อีกทั้ง บริษัทยังมีกำไรขั้นต้นไม่รวมรายได้อื่นอยู่ที่ 31.69 ล้านบาท เติบโต 4.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการลดลงของราคาวัตถุดิบ และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการผลิตได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.53% เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.08%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง