ข่าวอินโฟเควสท์
16:30 ศาลสเปนสั่งจำคุกกลุ่มผู้นำชาวคาตาลันข้อหาปลุกระดมมวลชน   ศาลสเปนได้พิพากษาจำคุกกลุ่มผู้นำคาตาลันข้อหาปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านรัฐบาลเป็นเวลา 9 13…
15:41 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ดัชนีฮั่งเส็๋งปิดบวก 213.41 จุด สอดคล้องภูมิภาค   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเจรจาก…
15:15 รมว.ต่างประเทศไอร์แลนด์หวังข้อตกลง Brexit สรุปได้ภายในเดือนต.ค.   นายไซมอน โคฟนีย์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า การถอนตัวของอั…
14:39 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลง เหตุวิตกส่งออก-นำเข้าจีนอ่อนตัวต่ำกว่าคาดการณ์   ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกั…
14:35 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 32.01 จุด ขานรับเจรจาการค้า   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง ภายหลังจากที่การ…

ORI วางเป้ารายได้ 5 ปีโตเฉลี่ยปีละ 15% ดันถึง 3 หมื่นลบ.ปี 65, ปีนี้รักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 15:52:31 น.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนธุรกิจ 5 ปีจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 15% ทำให้ภายในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้รวมทุกกลุ่มธุรกิจถึง 30,000 ล้านบาท จากระดับ 16,638 ล้านในปี 2561 โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) คุณภาพอยู่แล้วที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2564 ซึ่งตอกย้ำให้แผนการเติบโตของบริษัทเป็นไปได้ตามเป้าหมาย

"เรามีวิสัยทัศน์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการสร้าง New S Curve หรือธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนอย่างโรงแรม ที่จะเริ่มสร้างรายได้เข้ามาเป็นครั้งแรกในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ถึง 2 โครงการ ได้แก่ โรงแรม Staybridge Suites Bangkok Thonglor และโรงแรม Holiday Inn & Suites Sriracha จากวิสัยทัศน์ทั้งหมดของเรา ทำให้เรากลายเป็นบริษัทที่มีรายได้เติบโตอย่างมั่นคงและกลมกล่อม"นายพีระพงศ์ กล่าว

นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภายในปีนี้ บริษัทจะมียอดเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยมูลค่าสะสมทะลุ 1 แสนล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถเปิดตัวโครงการสะสมทะลุยอดดังกล่าว และถือเป็นบริษัทที่สามารถพัฒนาโครงการให้ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเปิดตัวโครงการสะสมทะลุหลักแสนล้านบาทภายใน 10 ปี

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าสิ้นปี 2562 สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจประเภทต่าง ๆ ของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่สัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 80% ธุรกิจบ้านจัดสรรอยู่ที่ 10% แต่ในปีนี้รายได้จากธุรกิจบ้านจัดสรรขยับเพิ่มมาเป็น 15% และคาดว่าภาพรวมบริษัท ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ระดับ 40%

"ธุรกิจบ้านจัดสรรอาจไม่ใช่ธุรกิจที่มีกำไรมากเท่าธุรกิจคอนโดมิเนียม แต่เป็นธุรกิจที่สามารถทำรอบได้เร็วเฉลี่ย 1.5-2 รอบต่อปี ทำให้บริษัทสามารถทำรายได้รวมและกำไรได้ดีขึ้น โดยช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มมีรายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิและรับรู้รายได้เพิ่มเติมถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา และโครงการบริทาเนีย บางนา กม. 12" นายพีระพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับเป้าการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์บริทาเนีย (Britania) เพิ่มเติม เป็น 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท และภายในไตรมาส 3 ของปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมที่จับกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมครั้งแรก (First Condo Buyer) และกลุ่มสตาร์ทอัพภายใต้แบรนด์ดิ ออริจิ้น (The Origin)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง