ข่าวอินโฟเควสท์
08:56 ญี่ปุ่นและสหรัฐยังขัดแย้งประเด็นภาษีนำเข้ารถยนต์,สินค้าเกษตร ก่อนซัมมิต"อาเบะ-ทรัมป์"   เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐยังคงมีความ…
08:54 ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์กรอบแคบคล้ายภูมิภาค ผ่อนคลายสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนในช่วงสั้น   นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม …
08:40 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาข้าวโพดปิดบวกต่อเนื่อง เหตุเพาะปลูกล่าช้า   ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปิดต…
08:31 ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่า ฉุดทองแดงปิดลบ 0.4%   สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.) โดยได้รับปัจจัยกดดันจากการ…
08:29 ATSAWIN FUND PCC LIMITED-ATSAWIN CAMPODIA FUND เก็บหุ้น LVT จำนวน 3.42% ถือเพิ่มเป็น 13.25%   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย…

ORI วางเป้ารายได้ 5 ปีโตเฉลี่ยปีละ 15% ดันถึง 3 หมื่นลบ.ปี 65, ปีนี้รักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 15:52:31 น.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนธุรกิจ 5 ปีจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 15% ทำให้ภายในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้รวมทุกกลุ่มธุรกิจถึง 30,000 ล้านบาท จากระดับ 16,638 ล้านในปี 2561 โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) คุณภาพอยู่แล้วที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2564 ซึ่งตอกย้ำให้แผนการเติบโตของบริษัทเป็นไปได้ตามเป้าหมาย

"เรามีวิสัยทัศน์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการสร้าง New S Curve หรือธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนอย่างโรงแรม ที่จะเริ่มสร้างรายได้เข้ามาเป็นครั้งแรกในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ถึง 2 โครงการ ได้แก่ โรงแรม Staybridge Suites Bangkok Thonglor และโรงแรม Holiday Inn & Suites Sriracha จากวิสัยทัศน์ทั้งหมดของเรา ทำให้เรากลายเป็นบริษัทที่มีรายได้เติบโตอย่างมั่นคงและกลมกล่อม"นายพีระพงศ์ กล่าว

นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภายในปีนี้ บริษัทจะมียอดเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยมูลค่าสะสมทะลุ 1 แสนล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถเปิดตัวโครงการสะสมทะลุยอดดังกล่าว และถือเป็นบริษัทที่สามารถพัฒนาโครงการให้ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเปิดตัวโครงการสะสมทะลุหลักแสนล้านบาทภายใน 10 ปี

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าสิ้นปี 2562 สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจประเภทต่าง ๆ ของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่สัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 80% ธุรกิจบ้านจัดสรรอยู่ที่ 10% แต่ในปีนี้รายได้จากธุรกิจบ้านจัดสรรขยับเพิ่มมาเป็น 15% และคาดว่าภาพรวมบริษัท ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ระดับ 40%

"ธุรกิจบ้านจัดสรรอาจไม่ใช่ธุรกิจที่มีกำไรมากเท่าธุรกิจคอนโดมิเนียม แต่เป็นธุรกิจที่สามารถทำรอบได้เร็วเฉลี่ย 1.5-2 รอบต่อปี ทำให้บริษัทสามารถทำรายได้รวมและกำไรได้ดีขึ้น โดยช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มมีรายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิและรับรู้รายได้เพิ่มเติมถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา และโครงการบริทาเนีย บางนา กม. 12" นายพีระพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับเป้าการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์บริทาเนีย (Britania) เพิ่มเติม เป็น 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท และภายในไตรมาส 3 ของปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมที่จับกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมครั้งแรก (First Condo Buyer) และกลุ่มสตาร์ทอัพภายใต้แบรนด์ดิ ออริจิ้น (The Origin)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง