ข่าวอินโฟเควสท์
17:40 ชาวฮ่องกงสวมชุดดำเดินขบวนประท้วงใหญ่อีกครั้งในวันนี้   ผู้ชุมนุมนับแสนรายได้ออกมาเดินขบวนประท้วงบนเกาะฮ่องกงอีกครั้งในวันนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะต…
17:14 จีนเผยยอดการผลิตก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้น 12.9% ในเดือนพ.ค.   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตก๊าซธรรมชาติของจีนปรับตัวขึ้น 1…
16:20 ญี่ปุ่นขอความร่วมมือมองโกเลียช่วยเหลือประเด็นการลักพาตัวของสายลับเกาหลีเหนือ   นายทาโร โคโนะ รมว.ต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้ขอความร่วมมือจากมองโกเ…
15:08 ผลสำรวจเผยคะแนนนิยมรัฐบาล "อาเบะ" ร่วงแตะ 47.6%   ผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า คะแนนนิยมของรัฐบาลนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น อยู่ที…
14:50 USGS เผยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ที่ L'Esperance Rock ของนิวซีแลนด์   สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.6…

ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 6.64 จุด ขายลดความเสี่ยงจากสงครามการค้า/สัปดาห์หน้าลุ้นรีบาวด์ หลังดัชนีลงลึก-การเมืองในปท.ชัดเจน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2562 17:19:04 น.
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,608.11 จุด ลดลง 6.64 จุด (-0.41%) มูลค่าการซื้อขาย 47,013.92 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ภาคเช้าดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก ก่อนจะอ่อนตัวลงมาแกว่งแดนลบในภาคบ่าย โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,622.33 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,606.69 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 517 หลักทรัพย์ ลดลง 823 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 426 หลักทรัพย์

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกปกคลุมด้วยปัจจัยเดิม แม้ว่าจะรีบาวด์ได้ในช่วงเช้าหลังจากที่ปรับตัวลงมามาก แต่ก็ไม่สามารถยืนได้เพราะตลาดยังมีความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยงออกมา เพราะแม้ตลาดจะตอบรับประเด็นการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ซึ่งกันและกันไปพอควร แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงในทางปฎิบัติอาจจะเห็นชัดเจนในช่วงไตรมาส 2-3 ปีนี้ ทำให้ยังเป็นปัจจัยที่รบกวนตลาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอย่างไร

ล่าสุดหลายหน่วยงานของไทยก็ได้ลดเป้าหมายการส่งออกและการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีนี้ลงบ้างแล้ว ขณะที่คาดว่าประเด็นสงครามการค้าน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในการพบปะของผู้นำทั้งสองประเทศ บนเวทีการประชุม G20 ในเดือนมิ.ย.

นอกจากนี้นักลงทุนยังรอดูความชัดเจนทางการเมืองของไทย ที่ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดประชุมรัฐสภา และจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็อาจจะมีสัญญาณบ่งชี้เชื่อมโยงถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลในอันดับต่อไป รวมถึงยังรอดูการเปิดเผยตัวเลข GDP ในไตรมาส 1/62 และตัวเลขการส่งออกของไทยในสัปดาห์หน้าด้วย

สำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า มองว่าดัชนีมีโอกาสรีบาวด์จากที่ปรับตัวลงมาลึกมากทำให้แรงขายเบาบางลง และทิศทางการเมืองในประเทศที่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่การปรับขึ้นของดัชนีก็น่าจะยังจำกัดอยู่ในกรอบแนวต้าน 1,650 จุด เพราะตลาดยังรอปัจจัยจากสงครามการค้าเป็นหลัก ส่วนแนวรับสัปดาห์หน้ามองไว้ที่บริเวณ 1,590 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT     มูลค่าการซื้อขาย 2,800.29 ล้านบาท ปิดที่   46.50 บาท ลดลง  0.50 บาท
CPALL   มูลค่าการซื้อขาย 2,197.15 ล้านบาท ปิดที่   76.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
SCC     มูลค่าการซื้อขาย 1,844.58 ล้านบาท ปิดที่  454.00 บาท ลดลง  6.00 บาท
SCB     มูลค่าการซื้อขาย 1,731.05 ล้านบาท ปิดที่  121.00 บาท ลดลง  1.00 บาท
AOT     มูลค่าการซื้อขาย 1,467.41 ล้านบาท ปิดที่   67.25 บาท ลดลง  0.75 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง