JMART มั่นใจกำไรสุทธิปีนี้โตทุบสถิติใหม่ จากเคยแตะจุดสูงสุดในปี 60 ที่ 490 ลบ. รับบริษัทลูกโตโดดเด่น

ข่าวหุ้น-การเงิน 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 17:30 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

JMART มั่นใจกำไรสุทธิปีนี้โตทุบสถิติใหม่ จากเคยแตะจุดสูงสุดในปี 60 ที่ 490 ลบ. รับบริษัทลูกโตโดดเด่น

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท (JMART) กล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/62 ว่า ยังมีสัญญาณเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท เติบโต 163.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 186.4% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ เป็นผลจากผลประกอบการบริษัทลูกเติบโตในทุกธุรกิจ โดยฐานรายได้ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของบมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่จะเติบโตโดดเด่น

ทั้งนี้ เชื่อว่าบริษัทในเครือปีนี้จะกลับมามีกำไรทุกบริษัท เชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง จากที่เคยมีกำไรสุทธิสูงสุดเมื่อปี 2560 อยู่ที่ 490 ล้านบาท

"ผลประกอบการกลุ่มเจมาร์ทปีนี้มั่นใจว่าจะกลับมาเทิร์นอะราวด์จากปีก่อนขาดทุน 277 ล้านบาท เรายังมั่นใจว่ากำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยฐานกำไรเพิ่มขึ้นจากธุรกิจ JMT ส่วนธุรกิจโมบาย แม้กำไรจะไม่ได้เติบโตโดดเด่นเหมือนในอดีต แต่จะกลับมาขยายตัวได้น่าพอใจ แม้มีข่าวว่ากูเกิลแบนหัวเว่ยจากผลกระทบสงครามการค้าก็ตาม แต่เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะบริษัทจำหน่ายโมบายหลายแบรนด์ ส่วนลูกค้าก็จะหันไปซื้อแบรนด์อื่นแทน ปัจจุบันจำหน่ายแบรนด์ซัมซุงมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนกว่า 39% จากยอดขายโมบายโดยรวม"นายอดิศักดิ์ กล่าว

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการให้บริการแพลตฟอร์ม P2P Lending ที่เป็นการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นหนึ่งในโปรเจ็กของแผนระดมทุน JFIN Coin ของบริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด (JVC) ล่าสุดอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้บริการดังกล่าว คาดว่าจะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการในไตรมาส 3/62 ก่อนจะสามารถเปิดให้บริการผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

สำหรับธุรกิจจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริมของบริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ล่าสุดบริษัทวางแผนทางการตลาด มุ่งเน้นลดต้นทุนและเพิ่มมาร์จิ้น ที่ผ่านมาบริษัทปิดบางสาขาที่ไม่สร้างกำไร หันมามุ่งเน้นขยายช่องทางจำหน่ายร่วมกับพันธมิตรกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส โดยในช่วง 5 เดือนแรกของของปีนี้มีจำนวน SIM Subscriber กว่า 70,000 SIM พร้อมกับตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะมีไม่ต่ำกว่า 200,000 SIM

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) กล่าวว่า บริษัทฯเตรียมตัดมูลค่าเงินลงทุนของกองหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหญ่ครบในช่วงปลายไตรมาส 2 ปีนี้ สนับสนุนผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทมั่นใจผลประกอบการจะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยตั้งเป้าหมายเติบโต 50% ทั้งรายได้และกำไร เกิดจากการเรียกเก็บหนี้สินจากลูกหนี้ที่รับซื้อ รายได้จากการให้บริการติดตามหนี้สินและบริการอื่น ๆ และรายได้จากการรับประกันภัย ภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย บมจ.เจพี ประกันภัย สำหรับพอร์ตบริหารหนี้รวม ณ สิ้นไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 146,245 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทวางเงินลงทุน 4,500 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง

นายสุพจน์ วรรณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท (J) กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ Newera มูลค่าโครงการรวมประมาณ 520 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมโอนให้กับลูกค้าบางส่วนภายในไตรมาส 4 ปีนี้ และต่อเนื่องในปี 2563 ซึ่งเป็นผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ พร้อมทั้ง เริ่มก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ "The Jas Amata Nakorn" ซึ่งมีรูปแบบคอนเซ็ปต์การลงทุนไม่สูงมากและได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี ปัจจุบันมีพันธมิตรเข้ามาร่วมสร้างสีสันในศูนย์การค้า ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ และตลาด อ.ต.ก. หวังเจาะกลุ่มลูกค้าย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2563

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ IT Junction จำนวน 46 สาขา ศูนย์การค้าชุมชนภายใต้แบรนด์ The Jas จำนวน 3 สาขา มีร้านกาแฟ Casa Lapin และ Rabb Coffee รวม 17 สาขา

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) กล่าวว่า ทิศทางผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีก่อนยังเติบโตต่อเนื่อง จากไตรมาสแรกพลิกมีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.7% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 185 ล้านบาทเป็นผลมาจากการเติบโตของดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อ และเงินให้กู้ที่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งขยายฐานลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อ และเงินให้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ ได้ทำการปรับปรุงคุณภาพของฐานลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม โดยการปรับปรุงกระบวนการรับชำระค่างวดผ่านทางแอพพลิเคชั่น ทำให้ลูกค้ามีการชำระค่างวดที่ตรงเวลาและมีจำนวนเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากได้รับเงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นแล้ว จะสามารถขยายธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ตามแผน ทำให้เชื่อมั่นว่าภาพรวมทั้งปี SINGER จะสามารถเทิร์นอะราวด์จากการรุกธุรกิจสินเชื่อรถทำเงิน สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ควบคู่ความสามารถในการควบคุม หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้ลดลงไม่เกิน 10% ในปีนี้

นายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด (J Fintech) บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจทางด้านการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้แบรนด์ "J Money" กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1/62 พลิกมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เป็นผลจากการคัดกรองคุณภาพลูกค้าดีขึ้น มีการจัดเก็บหนี้ในชั้นปกติได้ในอัตราเฉลี่ย 97.56% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/61 มีอัตราเฉลี่ย 96.94% มีการจัดเก็บหนี้ที่ได้มีการตัดหนี้สูญกลับคืนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และบันทึกเป็นรายได้เท่ากับ 13.7 ล้านบาท

ปัจจุบัน เจ ฟินเทค มีลูกค้าราว 160,000 ราย สิ้นไตรมาส 1/62 มีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยรวมอยู่ที่ 3,903 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 5.1% ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีพอร์ตสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ขณะที่ สินเชื่อแฟคทอริ่ง ปัจจุบันมีลูกค้าราว 30 องค์กร ปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 300 ล้านบาท ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีแรกนี้ได้ 500 ล้านบาทตามเป้า


แท็ก เจ มาร์ท   (JMART)  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ