โบรกฯเชียร์"ซื้อ"LH คาดกำไร Q2/62 ฟื้นก่อนโดดเด่นใน H2 จากโอนคอนโดฯใหญ่หนุน,รับผลกระทบ LTV จำกัด

ข่าวหุ้น-การเงิน 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562 15:28 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ แนะนำ"ซื้อ"หุ้นบมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) หลังคาดกำไรฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2/62 จากที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสแรก เนื่องจากการรับรู้รายได้ที่ลดลงตามการโอนโครงการคอนโดมิเนียม แต่ไตรมาส 2 จะมีการโอนโครงการแนวราบมากขึ้น รวมถึงการจัดแคมเปญ "คอนโดหลุดโอน"ขายโครงการเดิมช่วยหนุนยอดจองและรายได้ฟื้นตัว

ขณะที่ผลการดำเนินงานจะโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการโอนโครงการ The Bangkok สุขุมวิท 55 ซึ่งมีมาร์จิ้นดี ในช่วงเดือน ต.ค. รวมถึงการขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ ทองหล่อ มูลค่า 3-4 พันล้านบาท เข้ากอง REIT ทำให้มีกำไรพิเศษเข้ามาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ LH ยังน่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากการปรับเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา แม้จะมีฐานกลุ่มบ้านที่ราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับบนที่พร้อมจ่ายเงินสด ขณะที่มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนคาดว่าจะสูงขึ้น รวมทั้งยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึงราว 7% ทำให้น่าสนใจลงทุน

พักเที่ยงราคาหุ้น LH อยู่ที่ 10.90 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.90% ขณะที่ดัชนี SET ลดลง 0.10%

          โบรกเกอร์                       คำแนะนำ                   ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          เอเซีย พลัส                        ซื้อ                            13.60
          เอเชีย เวลท์                       ซื้อ                            12.10
          ทิสโก้                             ซื้อ                            12.50
          เคที ซีมิโก้                         ซื้อ                            13.00
          เคจีไอฯ                         Outperform                      12.40
          ทรีนีตี้                             ซื้อ                            11.80
          ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ                   ซื้อ                            12.50

นางสาวนวลพรรณ น้อยรัชชุกร ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ LH ในไตรมาส 2/62 จะฟื้นตัวจากไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 1.83 พันล้านบาท เนื่องจากการขายโครงการแนวราบที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนมี.ค.จะถูกโอนในช่วงไตรมาส 2 ประกอบกับในเดือน พ.ค.มีการจัดแคมเปญนำคอนโดมิเนียมที่หลุดโอน ออกมาจำหน่ายเบื้องต้นคาดว่าจะสร้างยอดขายและโอนกว่า 1 พันล้านบาท แต่การขายลดราคาในโครงการดังกล่าวก็อาจจะกดดันต่อมาร์จิ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ LH ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งแรกของปีนี้ จากการเปิดโครงการแนวราบใหม่มากขึ้น และการเริ่มโอนคอนโดมิเนียมใหม่ The Bangkok สุขุมวิท 55 ในช่วงเดือน ต.ค. ทำให้ยังคงประมาณการรายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท และกำไรปกติที่ 9.93 พันล้านบาท ซึ่งรวมถึงส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม 3.77 พันล้านบาท โดยประมาณการดังกล่าวยังไม่นับรวมการขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ ทองหล่อ มูลค่า 3-4 พันล้านบาท ให้กับกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในช่วงเดือนธ.ค.นี้

นางสาวนวลพรรณ เห็นว่า จุดเด่นของ LH คือการมีฐานธุรกิจมั่นคงทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และเพื่อเช่า รวมถึงการลงทุนในบริษัทร่วม อย่าง บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ,บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบมจ.แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) ทำให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปีละกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมฐานกำไรให้มีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ LH ยังมีการจ่ายปันผลในอัตราสูงคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 7.1%

ขณะที่บทวิเคราะห์บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า คาดว่าผลการดำเนินงานของ LH ในไตรมาส 1/62 จะเป็นไตรมาสที่ต่ำสุดของปี เนื่องจากการรับรู้รายได้ที่ลดลงตามการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่ลดลง โดยจะเห็นการฟื้นตัวในไตรมาส 2/62 เนื่องจากผลกระทบจำกัดจาก LTV เพราะพอร์ตโครงการที่มีสัดส่วนโครงการแนวราบมากกว่าคอนโดมิเนียมในสัดส่วน 75:25 ขณะที่รายได้ประจำ (Recurring Income) จะปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะจากโครงการแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ พัทยา ซึ่งได้ประโยชน์จากเทศกาลหยุดยาว และโครงการ Terminal 21 พัทยา ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาส 4/61 ซึ่งคาดว่าจะมี Occupancy Rate ที่สูงขึ้นกว่าที่ทำได้ในไตรมาส 1/62 ที่ 78% เข้ามาช่วยหนุน

นอกจากนี้ คาดว่า LH จะรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจากเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ที่สหรัฐฯ หลังปิดปรับปรุงบางแห่งในปีที่ผ่านมา และการเน้นการขายโครงการเดิมด้วยการออกแคมเปญ "คอนโดหลุดโอน" จะช่วยยอดขายได้ราว 1 พันล้านบาท รวมทั้งการโอนคอนโดมิเนียมต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการ The Room สาธร 11 และ The Room เจริญกรุง ก็จะเข้ามาช่วยหนุนผลการดำเนินงานด้วย

รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาช่วยกระตุ้นยอดขาย จะส่งผลดีต่อ LH เนื่องจากมีสต็อกโครงการที่พร้อมขายในราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทใน 9 โครงการ นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯคาดว่าจะสูงขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมทั้งยังมีอัตราเงินปันผลที่สูงถึง 7%

บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ LH จะโดดเด่นเด่นหลังจากไตรมาส 2/62 เป็นต้นไป เนื่องจากการโอนโครงการ The Bangkok สุขุมวิท 55 ที่ 1 พันล้านบาท จะเริ่มในช่วงเดือน ต.ค.62 จะมาช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้โดดเด่นขึ้น พร้อมทั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ LH วางแผนขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ ทองหล่อ เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) ซึ่งจะส่งผลให้มีการบันทึกกำไรพิเศษเพิ่มเติม ทำให้เชื่อมั่นในผลประการครึ่งหลังปีนี้จะมากกว่าครึ่งปีแรก

นอกจากนี้ LH ยังเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธปท.ต่ำที่สุด แม้จะมีฐานกลุ่มบ้านที่ราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทสูงถึง 47% แต่เนื่องจากฐานลูกค้าเป็นกลุ่มระดับบนที่พร้อมจ่ายเงินสด จึงไม่น่าเป็นห่วง โดยยังคงแนะนำ"ซื้อ"สำหรับ LH จากการที่ยังคงรายได้มาจากกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนเป็นหลัก รวมถึงมี Dividend Yield ทั้งปีที่ 6.82% ขณะที่การเปิดให้บริการ Terminal 21 พัทยาในไตรมาส 4/61 ก็จะเข้ามาสนับสนุนรายได้ค่าเช่าให้เพิ่มขึ้น และผลักดันกำไรให้โดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ