ข่าวอินโฟเควสท์
06:41 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 59 เซนต์ วิตกสถานการณ์อิหร่านกระทบขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กป…
06:24 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 17.70 จุด รับหุ้นเทคโนฯพุ่ง,คาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค…
06:02 (REPEAT) ทำเนียบขาว-คองเกรสใกล้บรรลุดีลเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ 2 ปี เลี่ยงภาวะชัตดาวน์   แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวและสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเก…
01:07 "หัวเว่ย"โต้"วอชิงตัน โพสต์" หลังปูดข่าวช่วยเกาหลีเหนือวางเครือข่ายระบบไร้สายเชิงพาณิชย์   หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์รายงานว่า บริษัทหัวเว่ย เท…
00:45 "ไมโครซอฟท์"ทุ่ม 1 พันล้านดอลล์ใน OpenAI ของ"อีลอน มัสก์"   บริษัทไมโครซอฟท์ อิงค์แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทจะลงทุนเป็นจำนวนเงิน 1 พันล้านดอลลาร…

SABINA รับอานิสงส์สงครามการค้าส่งผลต้นทุนลดหลังเพิ่มจ้างรง.ในจีนผลิตดันมาร์จิ้นสูงขึ้น 1-3%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 10:17:07 น.

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซาบีน่า (SABINA) เปิดเผยว่า หลังจาก "ซาบีน่า" ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโดยเพิ่มสัดส่วนการจ้างโรงงานในประเทศจีนผลิตสินค้าให้กับบริษัทฯ  ปรากฏว่าบริษัทได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนอย่างชัดเจน โดยต้นทุนการจ้างผลิตของซาบีน่าลดลงต่ำลง เนื่องจากโรงงานในจีนต้องการคำสั่งซื้อ ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของบริษัทขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

"ต้องยอมรับว่าโรงงานในจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากคำสั่งซื้อที่หายไป จนล่าสุดมีซัพพลายเออร์หลายรายในจีนติดต่อเข้ามาขอพบกับซาบีน่า ซึ่งไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์นี้ทำให้ต้นทุนการจ้างผลิตของซาบีน่าลดต่ำลง และทำให้เรามีอัตรากำไรขั้นต้นหรือมาร์จินเพิ่มขึ้น โดยในปี 61 เรามีสัดส่วนการจ้างผลิตประมาณ 18% มีมาร์จินจากการจ้างผลิตอยู่ที่ 59%  จากนั้นในไตรมาสแรกของปีนี้เพียงไตรมาสเดียว สัดส่วนการจ้างผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 33% มาร์จินขยับเป็น 62% หรือเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับตัวเลขทั้งปี 61 ทำให้เราเชื่อว่า มีโอกาสที่มาร์จินในปี 62 จะขยับขึ้นราว 1-3% จากปี 61 ซึ่งอยู่ที่ 51.6%" นายบุญชัยกล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าวด้วยว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการจ้างผลิตจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ผลิตเอง 70% เป็น 50:50 โดยวางเป้าหมายดำเนินการภายใน 2 ปี ซึ่งกลยุทธ์นี้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงแล้ว ยังเป็นการรองรับกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตาม  ซาบีน่ายืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่มีนโยบายลดพนักงาน แต่จะไม่รับพนักงานเพิ่มเข้ามาทดแทนพนักงานที่ลาออกไป

ดังนั้น การเพิ่มสัดส่วนการจ้างโรงงานในประเทศจีนผลิตสินค้า จะทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิต ไม่ต้องลงทุนขยายโรงงาน แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้บริษัทฯ มีปริมาณสินค้ารองรับกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยเป็นสินค้าคุณภาพที่ควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิตภายใต้มาตรฐานแบรนด์ "ซาบีน่า"

นอกจากนี้ การที่อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่จ้างผลิตในประเทศจีนลดต่ำลง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเพิ่มงบการตลาด เพื่อที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และเพิ่มยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมคึกคักมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง