ข่าวอินโฟเควสท์
14:37 จีนเผยมีผลผลิตนมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ เปิดเผยว่า จีนมี…
13:10 "ทรัมป์" ยกเลิกแผนจัดประชุม G7 ที่สนามกอล์ฟในฟลอริดา หลังถูกสื่อวิจารณ์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะไม่ใช้สนามกอล์ฟของตัวเองในรั…
11:47 IMF เตือนทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาพิพาทด้านการค้า ก่อนสร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจโลก   คณะกรรมการกำหนดนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนให้…
10:26 ชิลีเผยสถานีรถไฟใต้ดิน 41 แห่งได้รับความเสียหายจากเหตุจลาจล   นายฮาบิแอร์ อิตูร์ริเอกา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมชิลี เปิดเผยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้ง…
08:55 นายกฯ อังกฤษยื่นหนังสือขอเลื่อนเวลา Brexit ตามมติสภา พร้อมแนบจดหมายไม่เห็นด้วยไปยังสหภาพยุโรป   นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปเปิดเผยว่า …

PF ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมแตะ 5.3 พันลบ. ในปี 64 จากปีนี้ 4.2 พันลบ. มั่นใจศักภาพการท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 10:44:38 น.

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) เปิดเผยว่า การดำเนินของธุรกิจโรงแรมในกลุ่มบริษัทมีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโต และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าประเทศไทยยังคงมีศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยว ทั้งความหลากหลายของทรัพยากรท่องเที่ยว และด้านที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 4.2 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน โดยจะเป็นรายได้จากโรงแรมในประเทศ ภายใต้บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) อยู่ที่ 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.73 พันล้านบาทในปีก่อน และอีก 1.2 พันล้านบาท มาจากโรงแรมต่างประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมาทำได้ 1.17 พันล้านบาท ซึ่งรายได้จากธุรกิจโรงแรมจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของรายได้รวมของบริษัท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่คิดเป็นสัดส่วน 14.8%

กลุ่มบริษัทยังตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้จากธุรกิจโรงแรมในปี 64 เป็น 5.3 พันล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าโรงแรมของกลุ่มบริษัท 5 อันดับแรกเป็นชาวต่างประเทศ ได้แก่ จีนซึ่งเป็นกลุ่มท่องเที่ยว รองลงมาเป็นญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจ จากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นกลุ่มประชุม จากอินเดียที่นิยมมาจัดงานแต่งงาน และชาวเกาหลี ซึ่งเป็นทั้งกลุ่มธุรกิจและท่องเที่ยวในสัดส่วนเท่าๆกัน

สำรับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดี โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพ ที่มีการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท มีการเปิดรูฟท็อปบาร์ มีอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับกลยุทธ์มาขยายฐานลูกค้ากลุ่มไมซ์ (MICE) หรือกลุ่มธุรกิจและการประชุมมากขึ้น ซึ่งโรงแรมของเรามีความพร้อมสำหรับการจัดประชุมอยู่แล้ว ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งและสถานที่จัดประชุม ทำให้สัดส่วนระหว่างลูกค้ากลุ่มธุรกิจและกลุ่มท่องเที่ยว เพิ่มเป็น 55:45 ช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มให้กับโรงแรม โดยนักเดินทางกลุ่มไมซ์ยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกมาก

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโรงแรมทั้งหมด 7 แห่ง รวม 2,077 ห้อง บริหารงานโดยกลุ่มแมริออท และไฮแอท เป็นโรงแรมในประเทศ 5 แห่ง รวม 1,655 ห้องพัก ได้แก่ เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท, รอยัล ออคิด เชอราตัน, ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา และ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ส่วนโรงแรมต่างประเทศ มี 2 แห่ง รวม 422 ห้องพัก คือ เชอราตัน ฮอกไกโด คิโรโระ รีสอร์ท และ เดอะ คิโรโระ อะ ทรีบิวต์ พอร์ตโฟลิโอ ฮอกไกโด นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างโรงแรมแห่งใหม่บริเวณหาดแม่พิมพ์จังหวัดระยอง ในแบบมิกซ์ยูสประกอบด้วยโรงแรมขนาด 201 ห้องพัก คอนโดมิเนียม และ พูลวิลล่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง