ข่าวอินโฟเควสท์
12:16 ปากีสถานสั่งเปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ทุกประเภทแล้ว มีผลบังคับใช้ทันที   กรมการบินพาณิชย์ของปากีสถานได้ประกาศเปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์…
11:43 IMF ลดคาดการณ์ศก.สิงคโปร์ปีนี้โต 2% เหตุความตึงเครียดด้านการค้ากระทบอุปสงค์ต่างประเทศ   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มก…
11:14 "เฟซบุ๊ก"ยันจะไม่เปิดตัวสกุลเงิน Libra จนกว่าจะได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบ   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์ เปิดเผยว่า จะไม่เปิดตัวสกุลเงินคริปโทเคอร์เร…
10:11 "ทรัมป์"เล็งปรับเพิ่มเกณฑ์สินค้า "made in America" ต้องผลิต 75% ภายในสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า สินค้าที่จะได้รับการ…
09:27 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 แมกนิจูดที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย แต่ไม่มีเตือนภัยสึนามิ   สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีวิทยาของอินโดนีเซียรายงานว่า เกิ…

บล.กสิกรฯ ระบุ Fund Flow ไหลเข้าเก็งกำไรระยะสั้นหนุน SET ขึ้นรอบนี้ เตือนระวังปัจจัยลบยังกดดัน แนะลงทุนหุ้นเสี่ยงต่ำ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 18:18:57 น.

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมารอบนี้เกิดจากกระแสเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และค่าเงินในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (emerging market) แข็งค่าขึ้นโดยเฉพาะประเทศไทยที่แข็งค่าที่สุดจากสถานะทางการเงินดีที่สุด จึงเกิดกระแสเงินไหลเข้าเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

ขณะที่ยังมีความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะไม่สามารถฟื้นตัวได้ โดยมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ จากมีส่วนในการกระตุ้นการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนแต่ยังต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากคาดว่าภาคเอกชนจะยังชะลอการลงทุนเพื่อติดตามทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของไทย เพราะเห็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่

"จะเห็นว่าภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกกระทบไทยด้วย ตอนนี้มีหลายที่ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยลง นั่นหมายความว่าตัวเลขเศรษฐกิจจากนี้ไปอีก 6 เดือนต่อให้ดอกเบี้ยลงอีกครั้งสองครั้งมันก็ไม่ช่วย เงินที่เข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงก็จะน้อยลง" นายกวี กล่าว

นายกวี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันควรเลือกลงทุนในหุ้นที่ค่อนข้างเป็น "defensive stock" มีความเสี่ยงต่ำและมีปัจจัยพื้นฐานรองรับซึ่งจะทำให้มี downside น้อย ประกอบกับแนะนำการลงทุนในหุ้นที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของรัฐบาลชุดใหม่ อาทิ BJC, CPALL, AMATA, STEC, CK, RATCH, BGRIM, GPSC

นอกจากนี้ยังมองว่ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ก็ยังมีความน่าสนใจเนื่องจากราคามีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงแต่ถือว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย อาทิ DIF, TLGF, CPNREIT และ TFFIF

ส่วนนักลงทุนต้องการเก็งกำไรให้ลงทุนในหุ้นที่ราคายังไม่ปรับตัวขึ้นมา (laggard) อาทิ PTTGC, TOP หรือลงทุนกลุ่มธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากผลประกอบการไตรมาสที่ 2/62 น้อยที่สุดและมีการให้ผลตอบแทนที่ดี อาทิ BBL อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และหลีกเลี่ยงหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมาถึงราคาพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ให้ไว้แล้ว

https://

ข่าวที่เกี่ยวข้อง