ข่าวอินโฟเควสท์
10:53 ส.อ.ท.เผยยอดส่งออกรถยนต์ ก.ค.ลดลง 8.87% มาที่ 82,151 คัน   นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะโฆษกกลุ่…
10:48 SCBEIC คาดศก.ไทยปีนี้โตเหลือ 3% จากผลกระทบสงครามการค้า ลุ้นมาตรการกระตุ้นศก.ดัน GDP โตเพิ่ม 0.3%   ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์…
10:47 ตำรวจฮ่องกงปะทะกลุ่มผู้ประท้วงที่ปักหลักชุมนุมในสถานีรถไฟใต้ดินเหยินหลง   ตำรวจปราบปรามจลาจลของฮ่องกงได้เข้าปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่เข้ายึดครอ…
10:46 ธ.ธนชาต ออกแคมเปญใหม่บัญชี Ultra Savings ฝากขั้นต่ำ 2 หมื่นลบ.ดอกเบี้ยสูงสุด 1.6%   นายคมชลัช พิถีพรหม ผู้อำนวยการอาวุโส พัฒนาผลิตภัณฑ์เงินฝาก…
10:43 ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ค.ลดลงจากมิ.ย. รับผลส่งออกชะลอ-ภัยแล้ง จี้รัฐออกมาตรการกระตุ้นศก.-เร่งเบิกจ่ายงบฯ   นายสุพันธ์ มงคลสุธี …

โกลเบล็ก มอง SET สัปดาห์นี้แกว่งผันผวนในกรอบ 1,710 -1,740 จุด ยังคงคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ยสิ้น ก.ค.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 10:38:18 น.

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังหยุดทำการเมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) ไป 1 วันเนื่องในวันอาสาฬบูชา มองว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงการประชุมในวันที่ 30-31 กรกฎาคมนี้

ประกอบกับปัจจัยทางการเมืองในประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น และสามารถเดินหน้าตามโรดแมพ ซึ่งคงต้องลุ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่เสนอนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนต่างชาติในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงปลายปีได้

ส่วนปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการลงทุนในระยะนี้  อาทิ ภาพรวมเศรษฐกิจจีนชะลอตัวเห็นได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในช่วงไตรมาส 2/2562 เติบโต 6.2% ต่ำสุดในรอบ 27 ปี ชะลอตัวจาก 6.4% ในไตรมาส 1/2562 เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ และการออกมาตรการเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น เพื่อสกัดการเก็งกำไรของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจกดดัน fund flow ไหลออก

ด้านปัจจัยที่ต้องจับตาในวันที่ 17 ก.ค. สหภาพยุโรป (อียู)  เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. อีกทั้งสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากเฟด (เช้าวันที่ 18 ก.ค.) และในวันที่ 18 ก.ค. สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนก.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ส่วนหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินทยอยประกาศงบการเงินงวดครึ่งปีแรก 2562 ภายในวันที่ 19 ก.ค. รวมทั้งสหรัฐ เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. และในวันที่ 25 ก.ค. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า  ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนยังคงคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในการประชุมเฟดช่วงสิ้นเดือนนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่ปัจจัยในประเทศถูกกดดันจากมาตรการสกัดเงินร้อนเก็งกำไรค่าเงินบาทของธปท. ส่งผลให้เม็ดเงิน Fund Flow ชะลอตัว  คาดดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ  1,710-1,740 จุด

ดังนั้น จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุน ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทพลิกอ่อนค่าหลังธปท.ออกมาตรการสกัดเงินร้อน แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น HANA, DELTA และ KCE ที่เป็น laggard เนื่องจากก่อนหน้านี้เสียประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง หุ้น Theme EEC play เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW, ATP30 และ ORI รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เช่น STEC, CK, STPI และ SEAFCO อีกทั้งหุ้นกลุ่มเดินเรือ เช่น TTA, PSL, RCL และ AMA

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังประธานเฟดได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสซึ่งส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟด ช่วงวันที่ 30-31 ก.ค. นี้ เนื่องจากมีปัจจัยลบกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐได้ชะลอตัวลง อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2% สอดคล้องกับคาดการณ์ของ Bloomberg ที่คาดว่ามีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 2.25% ในเดือนก.ค. อย่างไรก็ตาม GDP จีนที่เริ่มชะลอตัวลงสู่การเติบโตที่ระดับ 6.2% ต่ำสุดในรอบ 27 ปีเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเนื่องจากจีนเป็นรายใหญ่ที่ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่  1,400 - 1,425  ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ 20,480 - 20,880 บาท โดยหาจังหวะซื้อเมื่อย่อตัวลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง