ข่าวอินโฟเควสท์
06:52 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 173.35 จุด เหตุนลท.ขายทำกำไร,วิตกแนวโน้มศก.สหรัฐ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) …
06:02 (REPEAT) สหรัฐเตือนจีนเจรจาการค้าล่ม หากกวาดล้างม็อบฮ่องกงแบบเทียนอันเหมิน   นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การทำข้อตกลงการค้าระห…
01:21 ญี่ปุ่นเผยยอดขายร้านสะดวกซื้อลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในก.ค.   สมาคมแฟรนไชส์ของญี่ปุ่น (JFA) เปิดเผยว่า ยอดขายของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นลดลง …
01:08 เยอรมนีเผยจำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 1% ในไตรมาส 2   สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยว่า จำนวนผู้มีงานทำในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1% ในไตรมาส 2 เมื่…
00:44 เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาคบริการมิด-แอตแลนติกดีดตัวแตะระดับ 32.5 ในเดือนส.ค.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจภาคบร…

FETCO เตรียมเสนอกองทุนรูปแบบใหม่ทดแทน LTF ต่อรมว.คลังคนใหม่ภายในส.ค.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 12:54:55 น.

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) คาดว่าจะเข้าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนแบบใหม่ เพื่อที่จะเข้ามาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่จะหมดอายุภายในปีนี้ โดยกองทุนรูปแบบใหม่จะให้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีแก่ผู้ที่มีรายได้ปานกลาง และผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถเข้านำเสนอข้อมูลแก่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ ก่อนที่จะใช้ได้ในปี 63

"กองทุนใหม่ที่จะออกมาจะเห็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้มีรายได้ปานกลาง และผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น โดยจะเน้นการลงทุนไปในกลุ่มหุ้นยั่งยืน โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และตอบโจทย์นโยบายของภาครัฐบาล นี่เป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับต้น ๆ ที่เราเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น" นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในครั้งนี้ให้คะแนนที่ 7-8 จากคะแนนเต็ม 10 โดยมีรัฐมนตรีใหม่ ๆ ที่เข้ามาอาจจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ หรืออาจจะไม่มีประสบการณ์ในกระทรวงนั้น ๆ โดยยังต้องติดตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ความต่อเนื่องของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  และมาตรการที่จะเข้ามารองรับกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากผลกระทบของสงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีน และสหรัฐ ที่ปัจจุบันยังไม่ได้มีความชัดเจนออกมา

ส่วนมาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น นายไพบูลย์ มองว่าจะเป็นผลกระทบต่อเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเพียงเล็กน้อย และเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ระยะยาวยังเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องติดตามทิศทางผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาเป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง