ข่าวอินโฟเควสท์
16:08 AIIB เตรียมลงทุนในอาเซียน 1.09 พันล้านดอลลาร์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ   นายจิน หลี่กุน ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐา…
14:19 หัวหน้าครม.ฮ่องกงเผยพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยอย่างจริงใจ   นายเช็ง คิน ชัง หัวหน้าคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐป…
12:40 "มาเซราติ" เรียกคืนรถยนต์ 711 คันในจีน หลังพบปัญหาที่ไฟหน้า   บริษัทมาเซราติ ประกาศเรียกคืนรถยนต์นำเข้า 711 คันที่ขายในจีน หลังพบปัญหาไฟหน้าบกพ…
12:08 ญี่ปุ่นเตือนไต้ฝุ่น "ตาปาห์" อาจก่อคลื่นสูงและดินถล่มในทางตะวันตกของญี่ปุ่น   กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ออกประกาศเตือนว่า พายุไต้ฝุ่น "ตาปา…
10:33 ตำรวจฮ่องกงประณามผู้ประท้วงที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ   รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (HKSAR) และเจ้…

DIF เคาะอัตราส่วนการใช้สิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ 9.4:1 เตรียมขึ้น XB วันที่ 2 ส.ค.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 12:32:56 น.

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF)  เปิดเผยว่า  กองทุน DIF จะเพิ่มทุนไม่เกิน 10,500 ล้านบาทเพื่อระดมทุนรองรับการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมครั้งที่ 4 โดยจะเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม ซึ่งกำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิ์จองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิ์จองซื้อในอัตราส่วน 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ และจะขึ้นเครื่องหมาย XB ซึ่งผู้ที่ต้องการได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ จะต้องซื้อหน่วยลงทุนเดิมก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XB ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562

ขณะที่บริษัทจัดการจะแจ้งราคาเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ (Offering Price) ให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทำการก่อนวันขึ้นเครื่องหมายเพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ดังกล่าว

นางสาววีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังการเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จะทำให้ประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุน (Cash Distribution Per Unit หรือ DPU) ไม่ต่ำไปกว่าประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรของกองทุน ในกรณีที่กองทุนฯ ไม่ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 โดยประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุนภายหลังการเข้าลงทุนดังกล่าว สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 ซึ่งจัดเตรียมโดยบริษัทจัดการ และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต อยู่ที่ 1.044 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ ภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จะทำให้กองทุน DIF มีโครงข่ายทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ครอบคลุมและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น มีขนาดทรัพย์สินและมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความได้เปรียบทางกลยุทธ์และความสามารถของทรัพย์สินที่รองรับเทคโนโลยีในอนาคต ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขายหน่วยลงทุนและความน่าสนใจในการลงทุน

รวมถึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจะตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว จากทรัพย์สินของกองทุนที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทย กระแสรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว รวมถึงฐานะทางการเงินของกองทุนที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังเข้าลงทุน โดยทรัพย์สินที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินกิจการโทรคมนาคมในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต และให้บริการวงจรและโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

ด้านนายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุน DIF เปิดเผยว่า กองทุน DIF เตรียมเข้าลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จากกลุ่มบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 15,800 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมสำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 788 เสา ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 2. กรรมสิทธิ์ในใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable หรือ FOC) สำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ระยะทางประมาณ 1,795 กิโลเมตร (หรือประมาณ 107,694 คอร์กิโลเมตร)

3. กรรมสิทธิ์ใน FOC ซึ่งปัจจุบันใช้รองรับเทคโนโลยีระบบ FTTx สำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดรวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร (หรือประมาณ 40,823 คอร์กิโลเมตร) และประมาณ 3,414 กิโลเมตร (หรือประมาณ 147,209 คอร์กิโลเมตร) ตามลำดับ

ขณะที่ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน DIF ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2559 – 2561) สามารถจ่ายเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุนแก่ผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอ รวมต่อปีในอัตรา 0.956, 0.975 และ 1.016 บาทต่อหน่วยตามลำดับ โดยภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 กองทุน DIF จะสามารถจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติมได้ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง