โบรกฯเชียร์"ซื้อ"AMATA จาก Backlog สูงดันกำไรปี 62 โดดเด่น,รับผลบวก EEC-สงครามการค้าหนุนจีนย้ายฐานผลิต

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday July 23, 2019 14:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ แนะนำ"ซื้อ"หุ้น บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) หลังมองผลการดำเนินงานรายไตรมาสในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเติบโตได้ทุกไตรมาส จากยอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่ในระดับสูงราว 3.7 พันล้านบาท จะช่วยผลักดันกำไรปี 62 เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายที่ดินในช่วงครึ่งแรกปีนี้สามารถทำได้ราว 200 ไร่ และยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขายพื้นที่อีกราว 600-800 ไร่ ก็จะช่วยผลักดัน Backlog ในมือให้เพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ทำให้นักลงทุนจีนมองหาการย้ายฐานการผลิต ประกอบกับการที่มีรัฐบาลไทยยังเดินหน้าผลักดันโครงการ EEC ตามแผนส่งเสริมการลงทุน ก็จะทำให้ไทยเป็นที่สนใจของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อการลงทุนในหุ้น AMATA ด้วย

พักเที่ยงราคาหุ้น AMATA อยู่ที่ 23.90 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 0.83% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ลดลง 0.35%

          โบรกเกอร์                     คำแนะนำ                   ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          เอเชีย พลัส                      ซื้อ                           35.70
          ฟินันเซีย ไซรัส                    ซื้อ                           28.00
          โนมูระ พัฒนสิน                    ซื้อ                           25.52
          ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ                 ซื้อ                           26.00
          หยวนต้า (ประเทศไทย)             ซื้อ                           25.00
          ไทยพาณิชย์                       ซื้อ                           32.00
          ธนชาต                          ซื้อ                           31.00
          กสิกรไทย                    Outperform                       27.50

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสของ AMATA ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเติบโตได้ทุกไตรมาส ผลักดันให้กำไรสุทธิทั้งปี 62 เติบโต 71.7% มาที่ 1.75 พันล้านบาท จาก Backlog ที่มีอยู่สูง 3.7 พันล้านบาท ซึ่งจะรองรับรายได้ปีนี้ 82% ของคาดการณ์รายได้จากการขายที่ดินที่ 4.5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากยอดขายใหม่ที่คาดว่าจะทำได้อีก 625 ไร่ และมีบางส่วนที่จะโอนได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ขณะที่รายได้ประจำ (Recurring Income) จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 พันล้านบาท จากการขยายโรงงานสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 2 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) รวมถึงความต้องการใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า ABPR 3-5 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง คาดว่าจะช่วยหนุนส่วนแบ่งกำไรเพิ่มเป็น 725 ล้านบาท

ทั้งนี้ AMATA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินในปีนี้อยู่ที่ 950 ไร่ แม้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ทำยอดขายได้เพียง 200 ไร่ แต่ขณะนี้มีนักลงทุนที่รอทำสัญญาอยู่แล้วประมาณ 600-800 ไร่ และในส่วนนี้ราว 60% เป็นนักลงทุนจีนที่ส่วนหนึ่งต้องการย้ายฐานการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ การที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก็จะเป็นผลดีต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง AMATA ด้วย

ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่าในบทวิเคราะห์ คาดกำไรปกติไตรมาส 2/62 ของ AMATA จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน จากรายได้จากการขายที่ดิน ตามการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมี Backlog ที่ดิน 3.7 พันล้านบาท ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าคาดจะปรับตัวดี เพราะโรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการทุกโรง ซึ่งจะผลักดันให้กำไรสุทธิทั้งปี 62 เพิ่มขึ้น 75% มาที่ระดับ 1.77 พันล้านบาท

นอกจากนี้ AMATA ซึ่งเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออก ยังจะได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย EEC โดยจะเร่งออกไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่จีนและญี่ปุ่น เพื่อสานต่อนโยบาย EEC เพิ่มความสามารถแข่งขันของประเทศรอบใหญ่ รวมถึงจะดึงบริษัทจีนและญี่ปุ่นอย่างน้อย 4 แห่งย้ายฐานการผลิตมาไทยหลังจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าด้วย

ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มกำไรปกติของ AMATA ในไตรมาส 2/62 จะเติบโตเมื่อเทียบกับงวดปีก่อนและไตรมาสก่อน จากแรงหนุนของยอดโอนที่ดินรวมทั้งโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังปิดซ่อมบำรุงในไตรมาสแรก ขณะที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง AMATA ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเทศไทย ปรับเพิ่มมุมมองประเทศไทยขึ้นเป็นบวก และการแถลงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ซึ่งจะการพัฒนาพื้นที่ EEC จะยังเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล

ส่วนบทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุถึงคาดการณ์กำไรปกติของ AMATA ในปีนี้จะเติบโต 38% มาที่ระดับ 1.68 พันล้านบาท แม้กำไรในไตรมาสแรกจะคิดเป็น 17% ของประมาณการทั้งปี แต่ก็เป็นธรรมชาติของธุรกิจที่ยอดโอนที่ดินมักผันผวนในแต่ละไตรมาส และส่วนใหญ่ลูกค้ามักเร่งโอนในช่วงปลายปี นอกจากนี้การที่ไทยมีรัฐบาลใหม่ที่จะยังคงเดินหน้าโครงการ EEC ก็จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าและอานิสงส์การย้ายฐานผลิตมาไทยก็จะยังเป็นปัจจุบันหนุนด้วย

รวมถึง AMATA เตรียมเพิ่มรายได้ประจำ นอกเหนือจากรายได้ขายน้ำและไฟฟ้า รวมถึงค่าเช่าโรงงาน โดยได้ร่วมลงทุนกับญี่ปุ่นสร้าง Hotel Nikko Amata City ชลบุรี 250 ห้อง ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ปี 64 พร้อมกับการเดินหน้าโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเตรียมสร้าง Amata University ก็จะช่วยหนุนผลการดำเนินงานในอนาคตด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ