บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มอง SET ช่วง H2/62 ฟื้นตัวตามผลงานบจ.-รัฐกระตุ้นศก.-เงินไหลเข้า คงเป้าหุ้นไทย 1,785 จุด

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday July 30, 2019 17:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังปีนี้คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น โดยยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยที่ 1,785 จุด ภายใต้สมมุติฐานกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 62 ที่ 104 บาท หลังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะฟื้นตัวหลังจากไม่ต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานใหม่แล้ว และรับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการอัดฉีดเงินสู่มือประชาชนผ่านบัตรสวัดิการแห่งรัฐ การหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง การสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านมาตรการภาษี และมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ยังมีความหวังเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินของโลกที่ดีขึ้นจากการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลางหลัก ๆของโลก โดยเชื่อว่าจะช่วยหนุนให้เงินทุนไหลกลับเข้ามายังภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาราว 1 แสนล้านบาท จากที่ช่วงครึ่งปีแรกมีเงินทุนไหลเข้ามาแล้วราว 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมองว่ามีความเป็นไปได้เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านเงินทุนต่างชาติไหลออกจากประเทศไทยไปมากถึง 4.8 แสนล้านบาท ถือว่ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

ทั้งนี้ มาตรการหลักจากภาครัฐที่จะออกมาเพิ่มในระยะต่อไป ทั้งโครงการมารดาประชารัฐ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเอสเอ็มอี การสนับสนุนการปลูกกัญชา การเร่งผลักดันงานลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ค้างท่ออยู่อีก 1.76 ล้านล้านบาท การเร่งโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของการลงทุน

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมองว่าจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกซบเซาลง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งการค้าจะขยายไปสู่ความขัดแย้งทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม

ส่วนทิศทางเศรษฐกิจของไทยยังชะลอตัวต่อเนื่อง โดยล่าสุดมูลค่าการส่งออกไทย เดือน มิ.ย.62 หดตัว 2.1% ซึ่งหากหักทองคำออกจะทำให้ภาพรวมหดตัวสูงถึง 8.7% เป็นการหดตัวอย่างต่อเนื่อง 4 เดือน และเป็นการหดตัวในทุกกลุ่มสินค้า ขณะที่การนำเข้าหดตัวแรงถึง 9.4% โดยเฉพาะสินค้าทุนที่ลดลงถึง 11.3% สะท้อนการลงทุนที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง และยังเป็นการสะท้อนถึงผลกระทบไปสู่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และรายได้สูง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก

อย่างไรก็ตาม ยังคงมองว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยปีนี้จะเติบโตได้ 3.1% แม้ว่าไตรมาส 2/62 คาดว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาส 1/62 ที่มีการเติบโตราว 2.8% แต่ในช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายภาครัฐเป็นหลัก

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง คือกลุ่มสื่อสาร กลุ่มรับเหมา กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มส่งออก กลุ่มการเงิน (สินเชื่อเช่าซื้อขนาดเล็ก) กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มอาหาร


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ