ข่าวอินโฟเควสท์
17:12 จีนเผยยอดขนส่งสินค้าที่ท่าเรือขยายตัวแข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้   กระทรวงคมนาคมจีนเปิดเผยว่า ยอดขนส่งสินค้าที่ท่าเรือของจีนในช่วง 7 เดือนแ…
16:26 "มูน แจ อิน" เตรียมเดินทางเยือนไทย, เมียนมา, ลาว ต้นเดือนก.ย.นี้   ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีมูน แจ อิน แห่งเก…
15:18 ที่ประชุม G7 เล็งถกหาแนวทางป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจโลก ขณะสงครามการค้าส่อแววปะทุอีกระลอก   ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเ…
14:06 ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ประท้วง 29 คน หลังก่อเหตุบานปลายจนต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมอีกครั้ง   เจ้าหน้าที่ตำรวจของฮ่องกงได้จับกุมตัวผู้ประท้วงเก…
11:57 บริษัทอสังหาฯในตลาดหุ้นจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นใน H1/62   บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ…

(เพิ่มเติม) ADVANC จับมือ"ไทยวิวัฒน์"นำ NB-IoT ใช้กับบริการประกันภัยเปิด-ปิด เล็งต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์-ลีสซิ่ง-รถเช่า

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2562 13:13:05 น.

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยว่า บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เลือกใช้โซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI ในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทและดับเครื่องของรถที่ทำประกันรถเปิดปิด ประกันนั้นก็จะเปิดและปิดให้โดยอัตโนมัติ ทำให้บริษัทประกันภัยได้รับข้อมูลที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง และให้การดูแลลูกค้าขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาเสริมศักยภาพการบริการให้กับธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย และลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

ADVANC ระบุว่าบริษัทพร้อมให้บริการดิจิทัลที่พัฒนาเพื่อกลุ่มลูกค้าองค์กรในทุกอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ Device, แพลตฟอร์ม IoT การออกแบบซอร์ฟแวร์และแอปพลิเคชัน, ระบบ Cloud Computing ระดับเวิล์ดคลาส สำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล, eSIM ที่พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ IoT บนเครือข่าย AIS NB-IoT ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน รวมไปถึงการขยายผลการเข้าถึงเทคโนโลยี IoT ไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป โดยทดลองวางจำหน่าย NB-IoT Motor Tracker ซึ่งเป็นโซลูชันติดตามยานพาหนะด้วยเครือข่าย NB-IoT ผ่าน AIS Shop และ AIS Online Store เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามความต้องการ

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร ADVANC หรือ AIS กล่าวว่า บริษัทฯ จับมือกับ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) นำโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for USB หรือเทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทรถยนต์ มาเสริมศักยภาพการบริการประกันรถยนต์เปิดปิด ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองครบถ้วน และจ่ายค่าเบี้ยประกันตามการใช้งานจริง (Pay As You Drive) ทำให้ลดค่าใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันไปได้ถึง 40%

ด้านนายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) กล่าวว่า โซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทรถยนต์ อุปกรณ์ IoT จะส่งค่า Engine Start ผ่านแพลตฟอร์ม AIS IoT และมาประมวลผลยัง Thaivivat Server พร้อมแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชัน Thaivivat Motor เพื่อเริ่มต้นเปิดประกันภัยโดยอัตโนมัติ และเมื่อดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์ IoT ก็จะส่งค่า Engine Stop กลับมาอีกครั้ง เพื่อปิดประกันให้อัตโนมัติเช่นกัน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของประกันภัยไทยวิวัฒน์ไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดด้วยตัวเองอีกต่อไป หรือในกรณีรถอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์จะเก็บข้อมูลไว้ และเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณ NB-IoT อีกครั้ง ก็จะส่งข้อมูลให้กับระบบทันที จึงได้ความแม่นยำและความถูกต้องของข้อมูลสูง ช่วยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองและจ่ายค่าเบี้ยประกันตามการใช้งานจริง ซึ่งมีค่าเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 600 บาท

นอกจากนำไปใช้กับบริการประกันภัยรถเปิดปิดแล้ว บริษัทก็อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อต่อยอดไปยังโปรดักส์อื่นๆ ด้วย เช่น ประกันเดินทางเปิดปิด เป็นต้น รวมถึงร่วมมือกับทางเอไอเอสเป็นช่องทางการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยผ่าน AIS Shop ในอนาคต

ปัจจุบันประกันภัยรถเปิดปิดของบริษัทฯ มีกรมธรรม์ราวหลักแสนกรมธรรม์แล้ว โดยคาดหวังโซลูชันดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตของบริการประกันภัยรถเปิดปิดให้เติบโตกว่าเท่าตัวในทุกๆ ปี และน่าจะทำให้ตลาดประกันภัยรถยนต์เติบโตขึ้น จากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการประกันภัยมากขึ้น

นายยงสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้เอไอเอส จะนำโซลูชันดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นๆ อย่าง โลจิสติกส์ ธุรกิจไฟแนนซ์ ลิสซิ่ง (Lease) รวมถึงธุรกิจรถเช่า (Car rent) อีกทั้งยังได้เปิดจำหน่ายโซลูชั่นฯ ให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย เพื่อใช้ในการติดตามรถของตัวเอง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลของเอไอเอสที่มีนวัตกรรม IoT ซึ่งพร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของทุกอุตสาหกรรม รวมถึงพัฒนาให้ใช้งานได้จริงบนเครือข่ายที่ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คาดสัดส่วนรายได้จากลูกค้าจะเพิ่มเป็น 15% ของรายได้รวม จากปีก่อนอยู่ที่ 12%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง