โกลเบล็ก มอง SET Index ยังถูกกดดันจากผลกระทบสงครามการค้ายืดเยื้อ-บาทแข็งทุบส่งออกไทยร่วง

ข่าวหุ้น-การเงิน 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 13:28 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสปรับตัวลงจากความกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนจะยังยืดเยื้อต่อและไม่มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีหน้า ประกอบกับโกลด์แมน แซคส์ได้ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐประจำไตรมาส 4/62 สู่ระดับ 1.8% จากเดิมที่ระดับ 2% โดยระบุว่าผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมากกว่าคาด โดยประเมิน SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,655 จุด

อีกทั้งแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก และเงินหยวนที่อ่อนค่า เป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ล่าสุดดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือน ก.ค.62 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แตะระดับ 46.7 ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน จากความกังวลสงครามการค้า ภัยแล้ง และเงินบาทแข็งค่า

นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาปัจจัยการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/62 ของสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ และการรายงารนำเข้า-ส่งออก และสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.พาณิชย์) เพื่อหารือและรับฟังข้อเสนอแนะปัญหาและอุปสรรคด้านการส่งออก

ส่วนในวันที่ 15 ส.ค.สหรัฐจะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดค้าปลีก และดัชนีภาคการผลิต ตามมาในวันที่ 16 ส.ค.จะมีการประชุมนัดแรกของคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) รวมทั้งสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น และในวันที่ 19 ส.ค.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/62

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นการลงทุนนั้นยังไม่มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากนการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกอาจเพิ่มการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทภายในเดือน ส.ค.นี้ยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณา

ดังนั้น แนะนำแนะนำกลยุทธ์ การลงทุนในหุ้น ที่น่าลงทุน ดังนี้ 1 หุ้น High Dividend เช่น SIRI, QH, TISCO, KKP และ ANAN 2. หุ้น Defensive Stock เช่น EASTW, TTW, BCH, CPALL และ BJC 3. หุ้น Theme EEC play เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW และ ATP30

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากส่งครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และกองทุน SPDR ที่ยังซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อมองกรอบราคาทองคำสัปดาห์นี้ที่ 1,500-1,540 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่บาทละ 21,860-22,500 บาท


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ