NER รอผล"มิชลิน"ตรวจสอบคุณภาพคาดเริ่มส่งออร์เดอร์ในปี 63 ราว 1 พันตัน/เดือน, ศึกษาออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาร์จิ้นสูง

ข่าวหุ้น-การเงิน 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 15:35 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) กล่าวว่า บริษัทเจรจากับผู้ผลิตยางแบรนด์ "มิชลิน" เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูปจากโรงงานของบริษัท และคาดว่าจะได้รับการเซ็นรับรองคุณภาพภายในปีนี้ก่อนจะเริ่มรับคำสั่งซื้อตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป เบื้องต้นคาดว่าจะมียอดขายราว 1,000 ตันต่อเดือน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มจำหน่ายยางให้กับผู้ผลิตยางล้อรายใหม่จากจีน คือ จงเช่อ รับเบอร์ ที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยโรงงานจงเช่อ รับเบอร์ มีกำลังการผลิตที่ราว 400 ตันต่อวัน คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2/63

บริษัทยังมีการเจรจากับลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเข้ามารองรับกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาจากโรงงานแห่งใหม่ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตยางแท่ง (STR20) ที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 465,600 ตันต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 290,000 ตันต่อปี

"การเจรจาลูกค้าใหม่ๆในปีนี้จะเป็นการรองรับกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในปี 63 เป็นหลัก เพราะปีนี้กำลังการผลิตของเราค่อนข้างเต็มแล้ว"นายชูวิทย์ กล่าว

พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ยางรูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีความทนทานมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มให้ลูกค้านำตัวอย่างไปทดสอบแล้ว ซึ่งจะเห็นความชัดเจนของแผนงานในช่วงไตรมาส 1/63

รวมไปถึงการวิจัยและพัฒนาสินค้าสำเร็จรูปที่ผลิตจากยางของบริษัท ที่นอกเหนือจากยางสำหรับรถยนต์และจักรยานยนต์ โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 63 ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มจะมีอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 8-12% สูงกว่าผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอัตรากำไรสุทธิราว 3-6%

สำหรับทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยบริษัทมั่นใจว่าจะมีรายได้ที่ 13,500 ล้านบาท และมียอดขายที่ 260,000 ตันตามเป้าหมาย รวมถึงมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3-6% โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรวมแล้ว 255,000 ตัน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อล่วงหน้าของปีนี้ทั้งปี

"ปีนี้จะทำให้เกินเป้าหมายคงยากเพราะกำลังการผลิตของเราค่อนข้างเต็มแล้ว แต่ปีหน้าที่กำลังการผลิตใหม่เราเดินเครื่องจักรเพียง 70% หากเราสามารถหาลูกค้าได้เพิ่มเราก็จะสามารถผลิตเพิ่มได้ และอาจจะทำให้เกินเป้าหมายเดิมที่เราเคยวางไว้"นายชูวิทย์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ