ข่าวอินโฟเควสท์
20:03 ดอลลาร์ดีดตัวในกรอบ 106 เยน ขณะนักลงทุนเพิ่มถือครองสินทรัพย์เสี่ยง   ดอลลาร์ดีดตัวสู่ช่วงกลางในกรอบ 106 เยน ขณะที่นักลงทุนพากันถือครองสินทรัพย์…
19:46 รมว.พาณิชย์สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดภาวะ inverted yield curve   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อเศร…
19:40 รมว.พาณิชย์สหรัฐชี้รัฐบาลไม่พอใจนโยบายเฟดหนุนดอลล์แข็งค่า   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่…
19:31 รมว.พาณิชย์สหรัฐยืนยันขยายเวลาให้"หัวเว่ย"ซื้อสินค้าสหรัฐได้อีก 90 วัน   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจ…
19:18 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะยานเกือบ 300 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ดีดตัว   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะยานเกือบ 300 …

CPF เผย H1/62 กำไรหด 6% จากค่าใช้จ่ายตามกม.แรงงานใหม่ ยอดขายจากตปท.อ่อนตัวรับผลกระทบบาทแข็ง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 16:10:30 น.

บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า งวด 6 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมียอดขาย 259,183 ล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากระยะเวลาเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) จำนวน 22,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF  กล่าวว่า หากพิจารณาผลการดำเนินงานในรูปของเงินตราท้องถิ่น บริษัทจะมียอดขายเติบโตขึ้นประมาณ 5-6% แต่เนื่องจากสัดส่วนยอดขาย 67% ของบริษัทมาจากกิจการในต่างประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้ยอดขายจากกิจการต่างประเทศน้อยลงจากการแปลงค่างบการเงินมาเป็นสกุลเงินบาทประมาณ 4%

อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวจากภาวะล้นตลาดของราคาสุกรโดยเฉพาะในประเทศไทย ประเทศเวียดนามและประเทศกัมพูชา ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทดีขึ้นอย่างโดดเด่น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 11% ในปีก่อนเป็น 14% ในปีนี้ และส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 44%

นายประสิทธิ์ กล่าวถึงกำไรสุทธิงวด 6 เดือนปีนี้ ว่า หากหักรายการพิเศษแล้ว กำไรสุทธิของบริษัทในงวด 6 เดือนปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีผลกระทบจากการบันทึกผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ และผลกระทบจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวน 1,812 ล้านบาท จากการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7  ที่กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปเมื่อออกจากงานเพิ่มเติมจาก 300 วันเป็น 400 วัน ทำให้กำไรสุทธิงวด 6 เดือนปีนี้จำนวน 8,384 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนประมาณ 6%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง