ข่าวอินโฟเควสท์
23:59 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง นักลงทุนผิดหวังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต…
23:48 ราคาทองฟิวเจอร์ย่อตัวจากแรงขายทำกำไร หลังปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วัน   ณ เวลา 23.40 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอ…
23:40 ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวรับเฟดหั่นดอกเบี้ย,อุปทานน้ำมันลด หลังซาอุฯถูกโจมตี   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดีดตัวขึ้นเกือบ 1% ในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบ…
23:15 ศาลฎีกาสหราชอาณาจักรเตรียมชี้ขาดสัปดาห์หน้า กรณีนายกฯขยายเวลาปิดประชุมสภา   นางเบรนดา เฮล ประธานศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรแถลงในวันนี้ว่า ศาลเตรีย…
22:37 ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเฟดลดดอกเบี้ย ขณะ BOJ คงนโยบายการเงิน   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยวานนี้ ข…

AS เชื่อปีนี้พลิกมีกำไรหลังรายได้โตต่อเนื่องตอบรับเปิดเกมส์ใหม่ทั้งใน-ตปท.เน้นเกมส์มือถือ-อีสปอร์ต

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 16:59:04 น.

นายอึ้ง เชค ไว เจอรี่ ผู้บริหารสูงสุดทางการเงิน บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น (AS) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 62 จะเติบโตดีกว่าปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 642.36 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้แล้วที่ 336.81 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนี้ก็คาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และในปีนี้สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากปี 61 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 46.88 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวเกมส์ใหม่มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 8-10 เกมส์ จากปัจจุบันที่มีเกมส์ใหม่ในพอร์ตมากกว่า 10 เกมส์ ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 3 เกมส์

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ บริษั จะเน้นพัฒนาและเปิดตัวเกมส์ออนไลน์มากขึ้น โดยจะเจาะกลุ่มลูกค้าเกมส์โทรศัพท์มือถือและอีสปอร์ตเกมส์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็มองหาคอนเทนท์ใหม่ๆ ด้วยการหาพันธมิตรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่เป็นนักพัฒนาเกมส์ 2-3 ราย คาดจะเริ่มเห็นความชัดเจนในปี 63

ส่วนภาพรวมตลาดเกมส์ในประเทศไทยในปัจจุบันมีการแข่งขันน้อยลง เนื่องจากมีผู้เล่นน้อยหรือมีเพียงประมาณ 2-3 ราย โดยบริษัทยังคงเน้นขยายตลาดเดิมทั้งในไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสัดส่วนรายได้ปัจจุบันมาจากในประเทศราว 49% และต่างประเทศที่ประมาณ 51%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง