BJC ลดเป้ายอดขายรวมปีนี้เหลือโต 4-5% จากเดิม 7-9% รับออร์เดอร์ลูกค้ารายใหญ่หาย-เศรษฐกิจชะลอกระทบยอดขายบิ๊กซี

ข่าวหุ้น-การเงิน 4 กันยายน พ.ศ. 2562 18:04 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวนัทธ์หทัย ธนชัยหิรัญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารการลงทุนกลุ่ม บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายรวมในปีนี้เหลือเติบโต 4-5% จากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโต 7-9% โดยได้รับผลกระทบจากยอดขายของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่หดลงค่อนข้างมาก หลังลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งได้ยกเลิกการสั่งผลิตกระป๋อง จึงกดดันยอดขายค่อนข้างมาก ประกอบกับยอดขายของกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค และยอดขายสาขาบิ๊กซีชะลอตัวเช่นเดียวกัน จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยที่ชะลอตัวลงตาม ทำให้กดดันต่อการปรับลดเป้าหมายยอดขายรวมในปีนี้

ขณะที่แนวโน้มของยอดขายของสาขาเดิม (SSSG) ของบิ๊กซีในปีนี้บริษัทคาดว่ามีโอกาสติดลบเล็กน้อย จากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจับจ่ายใช้สอยมีการชะลอตัวตาม ประกอบกับในปีก่อนช่วงไตรมาส 3/61 เป็นช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้ยอดขายในช่วงดังกล่าวสูงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในปีนี้แนวโน้มของยอดขายในช่วงไตรมาส 3/62 มีโอกาสติดลบได้ หลังจากที่เริ่มเห็นสัญญาณยอดขายลดลงอย่างมากในช่วงไตรามาส 2/62 และในช่วงไตรมาส 4/62 ยังต้องติดตามว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาดีขึ้นได้หรือไม่

สำหรับการขยายสาขาของบิ๊กซีในปีนี้จะเน้นไปที่สาขาขนาดเล็กมากขึ้น โดยเฉพาะ มินิ บิ๊กซี ที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายเพิ่มอีก 160-210 สาขา จากครึ่งปีแรกขยายไปแล้ว 90 สาขา ใช้เงินลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 5-7 ล้านบาท เนื่องากบริษัทมองว่าการขยายสาขาขนาดเล็กช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่าการขยายสาขาขนาดใหญ่ และสาขาขนาดเล็กจะมีการซื้อสินค้าของลูกค้าเข้ามาซื้อซ้ำมากกว่าสาขาขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนสาขาของมินิบิ๊กซี แตะ 1,000 สาขา

ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการเปิดสาขาบิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ต อีก 4 สาขา แบ่งเป็นสาขาในประเทศ 3 สาขา และสาขาในกัมพูชาที่ปอยเปต 1 สาขา และในปลายเดือนก.ย.นี้จะเปิดสาขาบิ๊กซี ฟู้ดส์เพลสที่สามย่านมิตรทาวน์ หลังจากที่เปิดไปที่สาขาเกตเวย์ บางซื่อ ไปก่อนหน้านี้

ด้านงบลงทุนของบริษัทในปีนี้ที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาท ใช้ไปแล้วในครึ่งปีแรกราว 3-4 พันล้านบาท และในช่วงที่เหลือของปีนี้จะใช้รองรับการขยายสาขาของบิ๊กซี รวมทั้งใช้รองรับการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตกระป๋องในเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1.4 พันล้านกระป๋อง/ปี จะขยายเพิ่มเป็น 2 พันล้านกระป๋อง/ปี เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตเบียร์ในเวียดนามที่มีความต้องการใช้กระป๋องสูงถึง 300 ล้านกระป๋อง/ปี อีกทั้งยังจะใช้รองรับการลงทุนขยายโรงงานผลิตขวดแก้วในต่างประเทศในอินโดจีน เพื่อรองรับความต้องการใช้ขวดแก้วที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตขวดแก้วรวมอยู่ที่ 4,350 ตัน/วัน จาก 3 โรงงาน ในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ...


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ