GUNKUL เจรจาดีล M&A โรงไฟฟ้าพลังงานลม-โซลาร์ 240 MW, ตั้งงบลงทุนปีละ 8-9 พันลบ.ในช่วง 3-5 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 10, 2019 16:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมสรุปแผนการเข้าซื้อกิจการและร่วมลงทุน (M&A) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งเป็นโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเดือน ต.ค.นี้

พร้อมกันนี้ยังมีโครงการพลังงานลมอีก 2 โครงการ กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ 1 โครงการ และ 120 เมกะวัตต์ 1 โครงการ โดยคาดว่าจะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 60-70% คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 4/62 และจะเริ่ม COD ได้ภายในปี 64

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่น ประเทศไต้หวัน เพื่อเข้าลงทุนโครงการพลังงานลม กำลังการผลิต 100-300 เมกะวัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า (PPA) คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนในช่วงไตรมาส 1/63

ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนพัฒนาโครงการราว 8,000-9,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3-5 ปี ต่อจากนี้ (ปี 62-66) โดยคาดว่าในช่วง 3 ปีแรกปี 62-64 จะใช้งบลงทุนทั้งหมดราว 28,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะใช้ลงทุน เพราะในแต่ละปีจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมเข้ามาปีละประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถกู้เงินเพื่อมาพัฒนาโครงการได้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 2.26 เท่า แต่ยังศักยภาพการกู้เงินได้อีก 0.7 เท่า หรือคิดเป็นวงเงิน 6,000-7,000 ล้านบาท

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าลงใต้ดิน งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย และโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ ในเกาะสมุย และเกาะเต่า มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเห็นผลการประมูลออกมาในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งบริษัทคาดหวังจะผลักดันมูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายรายได้ในปี 63 เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่บริษัทมั่นใจรายได้จะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่บริษัทมีเป้าหมายในการประมูลงานใหม่ 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปี และรักษาระดับ Backlog ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

ส่วนภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมั่นใจรายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตอย่างโดดเด่น และเติบโตกว่าปีก่อนทุกไตรมาส โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตไม่น้อยกว่า 30% หรือทำรายได้ราว 8,000 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างในมือที่มีประมาณ 6,000 ล้านบาท

โดยปกติผลประกอบการของบริษัทจะทำจุดสูงสุดในไตรมาส 3 เนื่องจากเป็นฤดูมรสุมทำให้ Capacity Factor ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมทำระดับสูงสุดของปี และไตรมาส 3 ของปีนี้รายได้จากพลังงานลมน่าจะสูงกว่าปีที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ จากอานิสงส์พายุโซนร้อนวิภา-โพดุล ถือเป็นปัจจัยบวกต่อโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ตำบลห้วยบง รวมทั้งรายได้จากการขายไฟฟ้าน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่ลมดีที่สุด

นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่เซนได และคิมิทสึ ในประเทศญี่ปุ่นและยังทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปรูปแบบ Private PPA ในประเทศเข้ามาอีกด้วย จึงทำให้เชื่อมั่นว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ ผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ