TAPAC เผยกำไร Q3 สิ้นสุดก.ค.62 ลดลง 20.36% บันทึกภาระผลประโยชน์พนักงานกดดัน-รายได้ลดลง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday September 16, 2019 11:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายนารุฮิซะ อาเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทาพาโก้ (TAPAC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 3 ปี 61/62 (พ.ค.-ก.ค.62) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.74 ล้านบาท ลดลง 20.36% จากงวดเดียวกันปีก่อน มีกำไรสุทธิเท่ากับ 29.82 ล้านบาท อันเนื่องจากการบันทึกภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน 5.67 ล้านบาทเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเรื่องเงินชดเชยเป็น 400 วัน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 455.54 ล้านบาท ลดลง 11.85% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้เท่ากับ 516.78 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงในส่วนของธุรกิจก่อสร้าง

ส่วนผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน ปี 61/62 (พ.ย.61-ก.ค.62) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 65.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.58% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 34.86 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,289.24 ล้านบาท ลดลง 15.44% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้เท่ากับ 1,524.61 ล้านบาท โดยรายได้ลดลงจากในส่วนของธุรกิจก่อสร้าง แต่เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติกและธุรกิจค้าปลีก ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สวีเดน ยังคงเติบโต

ทั้งนี้ งวด 9 เดือนแรกของปีบัญชีบริษัท มีรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติก อยู่ที่ 717.43 ล้านบาท คิดเป็น 52.81% ของรายได้รวม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีรายได้อยู่ที่ 558.63 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอาง มีรายได้ 82.44 ล้านบาท

"ในงวด 9 เดือนที่ผ่านมาแนวโน้มการเติบโตอยู่ในระดับที่ดี และยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแนวโน้มจากนี้ไปบริษัทยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้ดีขึ้นหากเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมถึงคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการที่บริษัท ริโก้ ผู้ผลิตอุปกรณ์สำนักงานชื่อดังของญี่ปุ่น มีแผนย้ายฐานการผลิตเครื่องพิมพ์สำหรับตลาดสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศจีน มารวมกับฐานผลิตในไทย เพื่อเลี่ยงผลกระทบสงครามการค้าส่งผลให้บริษัทมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้น"นายนารุฮิซะ กล่าว

ด้านนางสาวจารุวัลย์ วงศ์เจษฏาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท C4 Global บริษัทในกลุ่มบริษัท ทาพาโก้ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมขยาย small retail สำหรับเฮ้ มินิ (HEJ Mini) ขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งสามารถวางจำหน่ายสินค้าได้ประมาณ 500 ชนิดสินค้า (SKU) ต่อหนึ่งจุดขาย โดยมีแผนต้องการจะขยาย 50 จุดขายทั่วประเทศไทย ผ่านเครือข่ายศูนย์การค้าชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศ

"สำหรับธุรกิจเครื่องสำอาง ยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นจากครึ่งปีแรก แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่ธุรกิจนี้จะได้รับผลกระทบช้ากว่าธุรกิจอื่น หรือไม่ได้รับผลกระทบเลย อย่างไรก็ตามในช่วง 3-5 ปี ข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายสาขา และ ขยาย small retail สำหรับ HEJ Mini และ สินค้าแบรนด์ Secret J ทั่วประเทศ"นางสาวจารุวัลย์ กล่าว

นอกจากนี้ มีแผนจะผลักดันให้ เฮ้ สตรีท บิวตี้ เดินหน้าขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV+I ในปี 2563 โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเดินทางไปยังประเทศเวียดนาม กัมพูชา เพื่อหารือกับพันธมิตรศูนย์การค้าชั้น เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศอีกด้วย


แท็ก (TAPAC)   ทาพาโก้  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ