ทริสฯ ยกเลิก"เครดิตพินิจ" แนวโน้ม "Negative" ของ FPT และลดเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ เป็น "A-"จาก "A" แนวโน้ม "Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน 18 กันยายน พ.ศ. 2562 10:44 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ยกเลิก "เครดิตพินิจ" แนวโน้ม "Negative" หรือ "ลบ" ที่ให้ไว้แก่อันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของบมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) หรือ FPT ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 พร้อมทั้งประกาศลดอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของบริษัทเป็นระดับ "A-" จาก "A" ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" การปรับลดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าความเสี่ยงทางการเงินและความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทจะเพิ่มขึ้นหลังการซื้อกิจการของบมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย

ภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการที่บริษัทได้ซื้อหุ้นในสัดส่วน 94.5% ในบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ทริสเรทติ้งคาดว่า ภาระหนี้ของบริษัทที่ประเมินจากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ปรับปรุงแล้ว จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6-8 เท่า ในช่วงรอบปีบัญชี 2562-2565 จาก 4-5 เท่าก่อนซื้อกิจการ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่มีลักษณะเป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูงของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทแผ่นดินทองฯ ดำเนินการนั้นก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสถานะทางธุรกิจของบริษัทได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะลดระดับหนี้โดยการเพิ่มทุนผ่านการขายสินทรัพย์เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT) และการขายสินทรัพย์ซึ่งไม่ใช่สินทรัพย์หลักของบริษัทในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ผลกระทบในทางบวกจากการซื้อกิจการครั้งนี้คือทำให้ขอบเขตการดำเนินงานและรายได้ของบริษัทมีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น ภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาท หลังจากมีการรวมงบการเงินของบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์เข้ามาในปี 2562 และคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ถึงระดับ 2.1-2.3 หมื่นล้านบาทในปี 2563-2565 และจะมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 6 พันล้านบาทในปี 2562 นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดหวังว่าบริษัทจะมี EBITDA จากการรวมงบการเงินแล้วที่ระดับ 6-8 พันล้านบาทในช่วงรอบบัญชีปี 2563-2565

หลังการซื้อกิจการของบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์แล้ว คาดว่าบริษัทยังคงดำเนินนโยบายด้านธุรกิจตามกลุ่มเฟรเซอร์สเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าเพื่อการอุตสาหกรรม และธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทคาดว่าจะนำประสบการณ์และความร่วมมือที่ได้รับจากกลุ่มเฟรเซอร์สทางด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-Suit) และการบริหารโครงการมาพัฒนาการดำเนินงานของบริษัท รวมทั้งฐานลูกค้าของบริษัทน่าจะมีการขยายตัวมากขึ้นด้วย

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและมีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท แนวโน้มอันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในการรวมธุรกิจกับบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์และจะยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทจะยังคงเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทจะเกิดขึ้นในกรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งจนทำอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินรวมสุทธิต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วลดลงไปอยู่ที่ระดับก่อนการซื้อกิจการของบริษัทแผ่นดินทองฯ ในทางตรงกันข้าม การปรับลดอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญหรือบริษัทมีการลงทุนขนาดใหญ่โดยใช้การก่อหนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ