(เพิ่มเติม) BEM คาดผู้โดยสารปี 63 โตแตะ 5 แสนคน/วันหลังเปิดส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง-หลักสอง และช่วงเตาปูน-ท่าพระ

ข่าวหุ้น-การเงิน 30 กันยายน พ.ศ. 2562 17:35 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) กล่าวว่า การเปิดทดลองเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วง หัวลำโพง-หลักสอง มีผู้โดยสารใช้บริการในระบบรถไฟฟ้าค่อนข้างมาก และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ เมื่อเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการสายสีน้ำเงิน จากบางซื่อ-หัวลำโพง-หลักสอง ผู้โดยสารน่าจะมีเฉลี่ย 60,000-100,000 คนต่อวัน โดยมีปัจจัยเรื่องการจัดเก็บค่าโดยสารเป็นตัวแปรบ้าง ซึ่งจะประเมินได้หลังจากนี้ สำหรับภาพรวมผู้โดยสารปี 62 โต 3-5 % แต่การเปิดส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินต่อขยาย มีผู้โดยสารเพิ่มอีกกว่า 60,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 20% แต่ไม่ได้มาทั้ง 12 เดือน หรือมาเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4 โดยจะทำให้ผู้โดยสารทั้งปี โตกว่าปีก่อนประมาณ 7-8% สูงกว่าที่คาดหมายไว้

"จากการทดลองเดินรถ แบบฟรี ผู้โดยสารมีจำนวนมาก ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ จึงคาดหมายตัวเลขผู้โดยสาร น่าจะ 6 หมื่น-1 แสนคนต่อวัน หากรวมกับผู้โดยสารเดิมในระบบสายสีน้ำเงิน ที่ 3.5 แสนคนต่อวัน ดังนั้น น่าจะทะลุ 4 แสนคนต่อวันในปี 2563 แน่นอน และคาดหวังอาจจะถึง 5 แสนคนต่อวันเนื่องจาก ในเดือน มี.ค. 63 จะเปิดเดินรถช่วงเตาปูน-ท่าพระ ซึ่งจะเร่งรัดเปิดทดลองฟรีในเดือนธ.ค. 62 นี้ จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในระบบสีน้ำเงินทั้งหมด เปิดเป็นทางการในเดือนมี.ค. 63"

ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงการเปิดให้บริการรรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค อย่างเป็นทางการว่า จากที่ รฟม. และ BEM ได้มีการทดสอบระบบ และเปิดทดลองการเดินรถมาตั้งวันที่ 29 ก.ค. 62 จนมีการทดลองเดินรถเสมือนจริงตั้งแต่เวลา 05.00 น.-24.00 น.เส้นทางสถานีหัวลำโพง-หลักสอง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 62 และมีการเดินรถต่อเนื่อง โดยผู้โดยสารไม่ต้องลงเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหัวลำโพง ทำให้ผู้โดยสารสะดวกมากขึ้น โดยสถานีหลักสอง ซึ่งอยู่ชานเมือง ขบวนแรกจะออกเวลา 05.40น.

โดยเริ่มเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสายสีน้ำเงินทั้งส่วนเดิมและส่วนต่อขยายมีอัตรา 16-42 บาท ขณะที่หากใช้บริการสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) อัตราค่าโดยสารสูงสุด 70 บาท

ทั้งนี้ จากการทดลองการเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง – บางแค ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยนักตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.-29 ก.ย. (ประมาณ 60 วัน) มีผู้โดยสารสะสมประมาณ 2.5 ล้านคน/เที่ยว หรือเฉลี่ย 50,000 คนต่อวัน ขณะที่ในช่วงเทศกาลกินเจ มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉลี่ยประมาณ 120,000 คน/วัน โดยคาดว่าเมื่อสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เปิดครบวงกลม (บางซื่อ-ท่าพระ และ หัวลำโพง-บางแค) ผู้โดยสารจะเพิ่มเป็นประมาณ 400,000 คน/วัน และทำให้สายสีน้ำเงินเดิม ช่วง หัวลำโพง-บางซื่อ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารประมาณ 380,000 คน/วัน เพิ่มเป็น 400,000 คน/วัน ด้วย หรือเท่ากับทั้งสายสีน้ำเงินจะมีผู้โดยสารรวมเป็น 800,000 คนต่อวัน ปลายปี 63

สำหรับมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมนั้น นายภคพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น รฟม.ได้หารือกับ BEM ผู้รับสัมปทานเดินรถแล้ว ได้ข้อสรุปว่า จะมีการจัดทำตั๋วเที่ยว ซึ่งเป็นโปรโมชั่นปรับลดค่าโดยสารสำหรับผู้เดินทางต่อเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วง จากปัจจุบันราคาสูงสุด 70 บาท

ทั้งนี้ ตั๋วเที่ยวโดยสารรวม 4 ประเภท ได้แก่ 1.ตั๋ว 15 เที่ยว อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 52 บาทต่อเที่ยว 2. ตั๋ว 25 เที่ยว อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 50 บาทต่อเที่ยว 3. ตั๋วแบบ 40 เที่ยว อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 48 บาทต่อเที่ยว 4. ตั๋วแบบ 50 เที่ยว อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 47 บาทต่อเที่ยว

สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่นั้น รฟม. ได้พิจารณาแนวทางในการปรับลดค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak Hours) ตั้งแต่ 09.30 น.-15.30 น. โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารแบบโปรโมชั่น 3 แบบ

คือ 1. อัตรา 14 บาท (ค่าแรกเข้าเริ่มต้น) ค่าโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า และออกที่สถานีเดิม โดยไม่ออกจากระบบรถไฟฟ้า จำกัดเวลาภายใน 1 ชั่วโมง เป็นประเภท นั่งรถไฟฟ้าเที่ยว

2. อัตรา 17 บาท สำหรับผู้โดยสารที่เดินทาง 1 สถานี

3. อัตรา 20 บาทตลอดสาย สำหรับผู้โดยสารมากกว่า 1 สถานี

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนจะนำเสนอแนวทางทั้งหมดต่อคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม. เพื่อขออนุมัติการทำโปรโมชั่นเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อประเมินผลตอบรับ อย่างไรก็ตาม ทาง BEM ให้ความร่วมมือในการจัดทำตั๋วเที่ยวสำหรับการใช้บริการสายสีน้ำเงินต่อเนื่องสายสีม่วงโดยไม่คิดค่าชดเชยใดๆ

ส่วนสายสีม่วงนั้น รฟม.เป็นผู้บริหารการเดินรถเอง โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารเกือบ 7 หมื่นคนต่อวัน โดยส่วนใหญ่ใช้บริการช่วงเช้าและเย็นกว่า 6 หมื่นคน มีใช้บริการช่วงกลางประมาณ 10,000 คนต่อวันเท่านั้น ซึ่งคาดว่าการลดค่าโดยสารจะช่วยจูงใจให้มาใช้บริการในช่วงกลางวันมากขึ้นอีกประมาณ 10,000 คนต่อวัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ