CIMBT ตั้งเป้าปล่อยสินซื้อเช่าซื้อรถยนต์ปี 63 อีก 2.7 หมื่นลบ.ดันพอร์ตแตะ 4.5 หมื่นลบ.คุม NPL ไม่เกิน 0.9%

ข่าวหุ้น-การเงิน 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 14:52 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด ในเครือธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในปี 63 ซึ่งเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยปล่อยสินเชื่อ 1.7-1.8 พันล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มั่นใจว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 1.9 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.8 หมื่นล้านบาท โดยมียอดปล่อยสินเชื่อเฉลี่ย 1.6 พันล้านบาท/เดือน ซึ่งปัจจุบันได้ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไปแล้ว 1.38 หมื่นล้านบาท

CIMBT ตั้งเป้าปล่อยสินซื้อเช่าซื้อรถยนต์ปี 63 อีก 2.7 หมื่นลบ.ดันพอร์ตแตะ 4.5 หมื่นลบ.คุม NPL ไม่เกิน 0.9%

ธนาคารมองว่าความต้องการซื้อรถยนต์มือสองในตลาดยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว เนื่องจากปัจจุบันราคารถยนต์มือสองยังคงทรงตัว และราคารถยนต์มือสองที่เป็นแบรนด์จากยุโรปราคาขายถือว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ลูกค้าหลายรายที่จะซื้อรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นในระดับบน เริ่มหันมาซื้อรถยนต์แบรนด์ยุโรปมือสอง และเต้นท์ขายรถยนต์มือสองมีความน่าเชื่อถือและมีความมั่นใจในสภาพรถที่ขายให้กับลูกค้ามีมากขึ้น และธุรกิจขายรถยนต์มือสองเริ่มมีขนาดใหญ่ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในคุณภาพของรถมือสองที่ซื้อไป และทำให้ตลาดรถยนต์มือสองในปี 63 ยังไปต่อได้ แม้ว่าตลาดรถยนต์ใหม่จะมียอดขายทรงตัวที่ 1 ล้านคัน ในปีนี้และปีหน้า

นอกเหนือจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองที่ธนาคารยังมีขยายมากขึ้นแล้ว ธนาคารยังเตรียมที่จะรุกสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการแบบ Soft launch ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ และเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 63 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะเข้ามาเสริมสินเชื่อการโอนเล่มรถยนต์ที่ธนาคารให้บริการอยู่ โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในปี 63 อยู่ที่ 4 พันล้านบาท และจะปล่อยเพิ่มขึ้นอีก 2 พันล้านบาทในทุกๆปี

ขณะที่สินเชื่อคงค้างของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ธนาคารมีอยู่ในปัจจุบันที่ 3.48 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 3.6 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 62 และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท และกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในปี 63 และ 64 ตามลำดับ ซึ่งบริษัทยังคงมีการทำการตลาดในกรุงเทพฯเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่รุกตลาดต่างจังหวัดมามากแล้วก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันมีสาขาในต่างจังหวัด 34 สาขา และสาขาในกรุงเทพฯ 4 สาขา พร้อมกับการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการส่งข้อมูลและการพิจารณาสินเชื่อ ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้เร็วขึ้นเป็น 1-4 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาไนการอนุมัติสินเชื่อ 1-2 วัน

ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารจะเน้นนั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการชำระหนี้ที่ดีกว่ากลุ่มลูกค้าอื่นๆ ทำให้ธนาคารมีการเกิดหนี้เสียน้อย โดยที่สัดส่วนกลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือนได้เพิ่มมาที่ 65% จากเดิมที่ 30% ส่วนกลุ่มลูกค้าอาชีพอิสระมีสัดส่วนอยู่ที่ 20% ลูกค้าเกษตร 10% และอื่นๆ 5%

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให่เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของธนาคารยังคงอยู่ไนระดับต่ำที่ 0.83% ในปัจจุบัน และจะควบคุมใหมไม่เกิน 0.9% ในปี 62 และ 63 โดยที่พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของธนาคารแบ่งเป็น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง 90% สินเชื่อจำนำเล่นทะเบียนรถ 10%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ