BAY เล็งออกตราสารหนี้เพื่อสังคม-สิ่งแวดล้อมเพิ่ม หลังประเดิมออก Gender Bond เป็นแหล่งสินเชื่อให้ SME หญิง

ข่าวหุ้น-การเงิน 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 15:07 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสานงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยว่า แนวทางของการหาแหล่งเงินทุนของธนาคารในระยะต่อไปจากนี้จะเน้นการออกพันธบัตร หรือตราสารหนี้เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเป็นการผลักดันให้ธนาคารสามารถบรรลุพันธกิจของธนาคารที่ต้องการขึ้นเป็นสถาบันการเงินชั้นนำระดับภูมิภาคที่ก้าวสู่เวทีโลกด้วยการเติบโตที่ยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคมและสนองต่อความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ ธนาคารจะให้ความสำคัญกับข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG (Environmental, Social and Governance) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีการประเมิน และจัดการผลกระทบที่มีต่อผู้คนในสังคม และโลก ด้วยการเปิดเผยข้อมูลในด้านต่าง ๆ เช่น การจ้างงานอย่างเป็นธรรม ความเท่าเทียม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในมุมมองต่างๆ

ในช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกพันธบัตรที่คำนึงถึงเพศสภาพ (Gender Bond) เพื่อจัดหาแหล่งสินเชื่อให้แก่กิจการเอสเอ็มอีที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร วงเงิน 7 พันล้านบาท อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยราว 3% ต่อปี ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายแรกที่ออกพันธบัตรเพื่อสังคมในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน โดยมีบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) และ Deutsche Investitions und Entwicklungsgesellschaft (DEG) เป็นผู้ซื้อพันธบัตรดังกล่าว และธนาคารได้รับเงินจากการขายพันธบัตรเข้ามาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันทื่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยที่ธนาคารจะนำเงินดังกล่าวไปให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร ตามวัตถุประสงค์ของการออกพันธบัตร ซึ่งจะใช้ช่องทางการให้สินเชื่อผ่านสาขาของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้หญิงสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

นายพูนสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีนี้ คาดว่าวงเงินที่ได้จากการออกพันธบัตรประเภท Gender Bond จะสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหารได้ 350 ราย ในวงเงิน 7 พันล้านบาทที่ออกพันธบัตร Gender Bond โดยปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารมีมูลค่ารวมทั้งหมด 2.7 แสนล้านบาท และเป็นส่วนของสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่เป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีวงเงินให้สินเชื่อที่เป็นบุคคลไม่เกิน 15 ล้านบาท และนิติบุคคลไม่เกิน 20 ล้านบาท อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท

"ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่าครึ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการหญิงขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความต้องการเงินทุนของผู้ประกอบการหญิงมีอยู่ค่อนข้างสูง แต่ขาดแคลนแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมดในประเทศไทย"นายพูนสิทธิ์ กล่าว

ขณะเดียวกันธนาคารอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะออกพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Bond) ซึ่งจะพยายามผลักดันให้สามารถออกได้ภายในปี 63 ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำต่อการเป็นธนาคารที่ให้ความสำคัญกับ ESG และผลักดันไปสู่การบรรลุพันธกิจของธนาคาร ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ขณะที่การลงทุนของธนาคารอื่น ๆ ในอนาคตจะต้องมีการคำนึงถึงผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินควบคู่ไปกับผลตอบแทนที่จะให้กับสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามหลักการของ ESG ด้วย

ทั้งนี้ การที่ธนาคารหันมาริเริ่มการผลักดันการออกพันธบัตรเพื่อสังคมและพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม จะทำให้ธนาคารจะได้ทราบถึงระเบียบ กฏเกณฑ์ และกระบวนการของการออกพันธบัตรดังกล่าวเองให้เข้าใจก่อน หลังจากนี้ธนาคารจะนำความเข้าใจทั้งหมดจากการออกพันธบัตรดังกล่าวมาให้ความรู้และแนะนำให้กับลูกค้าของธนาคาร เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าในการระดมทุน และทำให้องค์กรของลูกค้ามีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่น ๆ และการเป็นที่ยอมรับในระดับโลก


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ