RBF ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โตไม่ต่ำกว่า 10% เน้นขยายธุรกิจทั้งในประเทศ-ตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 11:54 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 63 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน ซึ่งเติบโตได้มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ผ่านมา 6-8% เนื่องจากจะสามารถรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาของโรงงานในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่ไตรมาส 1/63 สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมีรายได้รวม 1,412.82 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 147.23 ล้านบาท โดยในงวดครึ่งปีแรกของปี 62 บริษัทมีค่าใช้จ่าย one Time ประมาณ 30 ล้านบาท ประกอบด้วยการตั้งด้อยค่ากิจการโรงแรมจำนวน 11.6 ล้านบาท การตั้งสำรองหนี้สินผลประโยชน์พนักงานเพิ่มเติม จำนวน 9.9 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาด้านบัญชี ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนและอื่นๆอีกประมาณ 9 ล้านบาท

RBF  ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โตไม่ต่ำกว่า 10% เน้นขยายธุรกิจทั้งในประเทศ-ตปท.

ขณะที่นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันนี้ เป็นวันแรกนั้น นักลงทุนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งบริษัทหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) นั้น จะนำไปขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเตรียมสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายวัตถุแต่งกลิ่นและรส เกล็ดขนมปัง และแป้งประกอบอาหารอีก 2-3 แห่งในอาเซียน รวมถึงเปิดบริษัทตัวแทนและห้องทดลองสำหรับการวิจัยและพัฒนาในประเทศสิงคโปร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคตของสินค้าประเภทวัตถุแต่งกลิ่นรส (Flavour) ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากการจัดโครงสร้างกลุ่มของบริษัท ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และจากแผนงานดังกล่าวทำให้มีความมั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

RBF  ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โตไม่ต่ำกว่า 10% เน้นขยายธุรกิจทั้งในประเทศ-ตปท.
"ปี 63 จะเป็นปีที่รายได้เติบโตดีกว่าปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% จากการเริ่มเดินเครื่องของโรงงานผลิตใหม่ และได้ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง วันนี้การเปิดซื้อขายหุ้นเป็นวันแรกก็ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี และเราก็ถือว่าพอใจกับการตอบรับของนักลงทุน ซึ่งเรามองหุ้นตัวเองเป็นหุ้นสำหรับการลงทุนในระยะยาว"นายสมชาย กล่าว
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและรส และสีผสมอาหาร กลุ่มแป้งและซอส กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่าย สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 61 บริษัทมีรายได้รวม 2,738.25 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 321.11 ล้านบาท

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ RBF เปิดเผยว่า หลังจากหุ้น RBF เปิดทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นวันแรกนั้น ราคาได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเหนือราคาจองซื้อที่ 3.30 บาท/หุ้น น่าจะมาจากปัจจัยหลายอย่างทั้งพื้นฐานของธุรกิจที่ดี เพราะเป็นบริษัทเดียวที่ดำเนินธุรกิจทางด้านนวัตกรรมอาหารที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเติบโตในอนาคตที่มีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในภาพรวมยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย โดยดูจากยอดจองซื้อหุ้นที่ล้นหลามในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้หุ้นได้รับความนิยมและสนใจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากศักยภาพของบริษัทที่ดีแล้ว บริษัทยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% หลังหักภาษีเงินได้และค่าสำรองอื่นๆ จึงเชื่อว่าหุ้น RBF เหมาะสมในการลงทุนในระยะกลาง ถึงยาวได้

ด้านนายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ APM เปิดเผยว่า หากประเมินจากปัจจัยพื้นฐานของ RBF แล้ว ถือได้ว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร (Food Ingredients) อย่างครบวงจรให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีจุดแข็งด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านอาหาร การวิเคราะห์กลิ่นและรสชาติอาหารอยู่ถึง 60 คน และธุรกิจของบริษัทมีโอกาส Disrupt ยาก เพราะผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทดแทนกันได้ยาก ดังนั้นทำให้เชื่อว่าธุรกิจของบริษัทจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ