BEM แจง Q3/62 กำไรโตหากไม่รวมรายการพิเศษ จากรายได้จากทางด่วน-รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 10:38 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิ 937 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 70% เนื่องจากไตรมาส 3/61 มีกำไรสุทธิ 3,119 ล้านบาท โดยเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนและโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนใน บมจ.ซีเค พาวเวอร์(CKP) หากไม่นับรวมรายการดังกล่าวกำไรสุทธิในไตรมาส 3/62 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 19 ล้านบาท เพราะรายได้จากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ค่าผ่านทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรายได้การพัฒนาเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ BEM ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสองเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ก.ย.62 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ค่าโดยสารในช่วงไตรมาส 4/62 เพิ่มมากขึ้น

บริษัทมีรายได้จากธุรกิจระบบราง 1,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 48 ล้านบาท หรือ 3.9% สาระสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตามปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้โดยสารของสายสีน้าเงินในไตรมาส 3/62 เฉลี่ยวันละ 335,400 เที่ยว และจำนวนผู้โดยสารในวันทำงานเฉลี่ยวันละ 386,800 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 5.1% และ 4.5% ตามลำดับ

ขณะที่บริษัทมีรายได้จากธุรกิจทางพิเศษ 2,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 47 ล้านบาท หรือ 1.8 รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (SOE) โดยในไตรมาส 3/62 นี้ SOE มีปริมาณจราจรเฉลี่ยวันละ 66,500 เที่ยว เพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเรียนรู้ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการเปิดให้บริการทางเชื่อมต่อ SOE กับทางพิเศษศรีรัชด้านทิศเหนือ (มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ) ในส่วนทางด่วนขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด รายได้ค่าผ่านทางใกล้เคียงกับปีก่อน

สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ BEM มีกำไรสุทธิ 4,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,834 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.6% หากไม่นับรวมรายการเกี่ยวกับการขายเงินลงทุนและโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน จะมีกำไรสุทธิ 2,460 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยบริษัทมีรายได้จากธุรกิจหลัก 11,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 274 ล้านบาท หรือ 2.4% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจทางพิเศษ ธุรกิจระบบราง และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ