FPI เผย Q3/61 รายได้โต 18% หลังตลาดซาอุฯฟื้น-ยอดขายในประเทศพุ่ง-ยอดขายโซนอเมริกาใต้เพิ่ม,กำไรยังโตแม้บาทแข็ง

ข่าวหุ้น-การเงิน 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 15:56 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

FPI เผย Q3/61 รายได้โต 18% หลังตลาดซาอุฯฟื้น-ยอดขายในประเทศพุ่ง-ยอดขายโซนอเมริกาใต้เพิ่ม,กำไรยังโตแม้บาทแข็ง

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3/62 มีรายได้รวม 538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81 ล้านบาท หรือ 18% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 457 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากการขายให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ในประเทศซาอุดิอาระเบียเพิ่มขึ้น จากที่ในปี 61 ประเทศซาอุดิอาระเบียมีภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ในปีนี้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ทำให้ความต้องการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับยอดขายในประเทศก็มีอัตราที่เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาท ในไตรมาส 3/61 เป็น 110 ล้านบาทในไตรมาส 3/62 หรือเพิ่มขึ้น 43% จากการขายงาน OEM ของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อีซูซุ และ มิตซูบิชิ

นอกจากนี้ รายได้จากโซนอเมริกาใต้เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายใหญ่ โดยได้มีการขยายสาขาเพิ่มเติม อีกทั้งบริษัทฯได้มีนโยบายในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้ารายเดียวที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงในบางประเทศ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มยอดขายของลูกค้าโซนนี้ได้ในปี 62

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 6% จากอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 32.75 บาท/ดอลลาร์ ในไตรมาส 3/61 เป็น 30.68 บาท/ดอลลาร์ในไตรมาส 3/62 ส่งผลให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นในอัตรา 18%

นายสมพล กล่าวว่า ในไตรมาส 3/62 และไตรมาส 3/61 งบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 54 ล้านบาท และ 51 ล้านบาท (ตามลำดับ) เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 36.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท และมากกว่ากำไรทั้งปี 61 ที่อยู่ในระดับ 125.55 ล้านบาท

ส่วนงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียของบริษัท ในไตรมาส 3/62 และไตรมาส 3/61 มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 52 ล้านบาท และ 50 ล้านบาท (ตามลำดับ) เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4%

สำหรับรายการส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ในงวด 3 เดือนและ 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 เท่ากับ 2 ล้านบาท และ 2.5 ล้านบาท ตามลำดับ เกิดจาก 1. บริษัท เซฟ เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (SAFE) ในฐานะบริษัทร่วมค้าของ FPI ที่ถือหุ้น 33.37% ปัจจุบันรับรู้ผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ ของบริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (PWGE) ที่ SAFE ถือหุ้น 99.99%, บริษัท บิน่า พูรี่ พาวเวอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย SAFE ถือหุ้น 49% และบริษัท เซฟ ไบโอแม็ส จำกัด โดย SAFE ถือหุ้น 100% ในงวด 3 เดือนและ 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า เท่ากับ 3 ล้านบาท และ 10.87 ล้านบาท (ตามลำดับ)

2. FORTUNE-PARTS INDUSTRY ECUADOR CIA.LTDA. ในฐานะบริษัทร่วมค้าที่ FPI เข้าลงทุนในสัดส่วน 45% รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าในงวด 3 เดือนและ 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 เท่ากับ 0.001 ล้านบาท และ 0.041 ล้านบาท (ตามลำดับ)

และ 3. ALP FPI PARTS PRIVATE LIMITED ในฐานะบริษัทร่วมค้าที่ FPI เข้าลงทุนในสัดส่วน 45% โดยรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า เท่ากับ 5 ล้านบาท และ 13.29 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนและ 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ