TSI คาดเบี้ยประกันภัยรับปีนี้เข้าเป้า 600 ลบ.หลังรุกลูกค้าตจว.เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์-ขยายกลุ่ม B2B

ข่าวหุ้น-การเงิน 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 14:20 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

TSI คาดเบี้ยประกันภัยรับปีนี้เข้าเป้า 600 ลบ.หลังรุกลูกค้าตจว.เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์-ขยายกลุ่ม B2B

นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ (รักษาการ) บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย (TSI) เปิดเผยว่า นโยบายและแผนงานในไตรมาส 4/62 และระยะต่อไป บริษัทจะเน้นการรับงานคุณภาพ ควบคู่กับการร่วมงานแบบพันธมิตรกับนายหน้าและตัวแทนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Tailor made products) รวมทั้งการขยายการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยการย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่มาที่ใจกลางธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมการขยายช่องทาง ในการติดต่อ และให้บริการลูกค้ากลุ่ม B2B ให้มีความสะดวกเพิ่มขึ้น การพัฒนางานบริการทุกด้านพร้อมไปกับการให้บริการสินไหมทดแทนที่จะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถตอบรับการรับแจ้ง และการบริการสินไหมให้มีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งนโยบายและแผนงานดังกล่าวจะพัฒนาเพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ทั้งนี้ ภายหลังการปรับโครงสร้างการบริหารภายใต้การนำของนายธนพล บุญวรุตม์ ประธานกรรมการ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้ปรับตัวรับการแข่งขัน ในอุตสาหกรรม รวมทั้งยังวางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด ที่ผ่านมามีการเติบโตจากสัดส่วน 15% เป็น 35% ในไตรมาส 3/62 ทำให้คาดว่าบริษัทจะสามารถทำเบี้ยประกันภัยรับปีนี้ได้ ประมาณ 600 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้

"ภายหลังการเพิ่มทุน 410 ล้านบาท เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจตามแผนงาน โดยในส่วนการพัฒนาระบบงานหลักที่เกี่ยวกับการขายและการรับประกันคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 63 และจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการบริการลูกค้าในระยะต่อไป นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายขยายการลงทุนเพิ่มเติมด้วยการมองหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายช่องทางรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนด"นางสาวอรลดา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ 151.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7% จากไตรมาส 2 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 80.6 ล้านบาท จากการเชื่อมระบบการขายและการรับส่งข้อมูลกับนายหน้าและตัวแทน ขณะที่ค่าใช้จ่ายสินไหมและค่าจัดการสินไหมสุทธิลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.7% อยู่ที่ 33.0 ล้านบาท

ด้านนางสาวคณิดา นิมมาณวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี ของ TSI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกปีนี้ ขาดทุนสุทธิจำนวน 3.9 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 50.2 ล้านบาท หรือ ขาดทุนลดลง 92%

ทั้งนี้ บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับจำนวน 310.7 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับเฉพาะงวด 3 เดือนมีจำนวน 151.3 ล้านบาท การจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมปรับปรุงดีขึ้น โดยเฉพาะการเก็บเบี้ยประกันภัยที่เร็วขึ้น และการติดตามเบี้ยค้างรับที่มีอายุเกินกว่า 1 ปี ได้มากขึ้น โดยอัตราการเก็บเบี้ยประกันตามหลักเกณฑ์ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ปรับปรุงจาก 45% ในปี 61 เป็น 75% ในไตรมาส 2 และ 90% ในไตรมาส 3 ทำให้สำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เคยบันทึกไว้ในอดีตลดลงตามไปด้วย

ส่วนค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหมทดแทนสุทธิในปีปัจจุบันลดลงเช่นกัน ส่วนหนึ่งเกิดจากกรมธรรม์ที่สามารถเรียกร้องคืนจากบริษัทประกันต่อเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับงวด 3 เดือนลดลง 59.1 ล้านบาท หรือ 36% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับในอัตราที่สูงกว่า 80% มีผลทำให้บริษัทต้องสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ (Unearned Premium Reserve : UPR) ตามหลักการบัญชีเพิ่มขึ้น

โดยในไตรมาส 3 บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายจากสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้จำนวนนี้จะสามารถถือเป็นรายได้ในงวดถัด ๆ ไป ตามปีกรมธรรม์ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3/62 จำนวน 43.1 ล้านบาท เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองเบี้ยประกันที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นตามที่ได้กล่าวข้างต้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 17.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงจำนวน 28.7 ล้านบาท ผลขาดทุนสูงขึ้นจากปี 61 ซึ่งมีขาดทุนสุทธิ 26.3 ล้านบาท


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ