(เพิ่มเติม) STC เคาะราคาขายหุ้น IPO หุ้นละ 1.00 บาท เปิดจองซื้อ 20-22 พ.ย. พร้อมเข้าเทรด 29 พ.ย.นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 16:19 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ. เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ (STC) เคาะราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) หุ้นละ 1.00 บาท โดยเสนอขายจำนวน 148 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ระยะเวลาจองซื้อในวันที่ 20-22 พ.ย.62 พร้อมคาดว่า จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 29 พ.ย. 62 ในหมวดธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า STC

โดยมีที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นในครั้งนี้ คือ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) พร้อมผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ บล.โกลเบล็ก, บล.คันทรี่ กรุ๊ป, บล.ฟินันเซีย ไซรัส และบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)

ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO ต่อบุคคลในดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ประมาณ 122.80 ล้านหุ้น, เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท ไม่เกิน 22.20 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ไม่เกิน 3 ล้านหุ้น

สำหรับราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 20.41 เท่า ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61-30 ก.ย.62 เท่ากับ 27.77 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ เท่ากับ 568.00 ล้านหุ้น (Fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.049 บาท

วัตถุประสงค์ของการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการของบริษัทฯ จำนวน 141.30 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เงินภายในปี 63

STC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป (Pre-cast Concrete) ทุกประเภท และคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "STC" พร้อมทั้งให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตอกเสาเข็ม การปั๊มคอนกรีต เป็นต้น

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บล. เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การกำหนดราคาไอพีโอ 1 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เนื่องจากบริษัทมีการเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไรที่โดนเด่นตามนโยบายการลงทุนในโครงการ EEC เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยจากการนำเสนอข้อมูลธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเชื่อมั่นในทีมผู้บริหารที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการคอนกรีตมากว่า 30 ปี มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ขณะที่ STC ขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับดีมานด์จากงานของภาครัฐบาลและเอกชน สอดรับกับนโยบาย EEC จึงมั่นใจ STC จะเป็นหุ้นที่โตอย่างแข็งแรง "ในสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยผันผวนแบบนี้ เราไม่กังวลกับปัจจัยดังกล่าว เพราะมองว่าหุ้นไอพีโอของ STC เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจคอนกรีตในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่ได้อานิสงส์จากการขยายตัวของงานภาครัฐบาล และเอกชน ซึ่ง STC ได้ขยายโรงงานเพื่อรอรับโอกาสดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และมีแผนการเติบโตอย่างชัดเจน โดยนักลงทุนจะเห็นสัญญาณบวกจากผลประกอบการของ STC ตั้งแต่ปีนี้ กำไรทุบสถิติใหม่ตั้งแต่งวด 9 เดือน จึงมั่นใจจะสะท้อนมาที่ความเชื่อมั่นของไอพีโอน้องใหม่ตัวนี้อย่างแน่นอน" นายรัฐชัย กล่าว ด้านนายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ STC กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ประมาณ 141.30 ล้านบาทหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการของบริษัท เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมงานก่อสร้าง งานระบบระบายน้ำ งานนิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงในเขตภาคตะวันออกที่กำลังขยายตัว

บริษัทวางเป้าหมายเป็นอีกหุ้น Growth Stock ที่ได้อานิสงส์จากโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็น Dividend Stock ที่มีนโยบายการจ่ายปันผล ในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี "STC เรามีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และพันธมิตรที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ไปจนถึงกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่ เราเด่นในเรื่องผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่มีสินค้าหลากหลายที่สุด และได้อานิสงส์จากงานโครงการในเมืองพัทยา และการขับเคลื่อนโครงการในภาคตะวันออก หรือ EEC ที่เริ่มมีการขยับตัวอย่างชัดเจนมา 2 ปีแล้ว

โดยโรงงานของ STC มี 4 โรงงาน อยู่ในทำเลใจกลางเมืองพัทยา ทำให้ได้เปรียบในเรื่องระยะทางขนส่ง ต้นทุนการแข่งขันทำได้ดีกว่าคู่แข่ง ประกอบกับ แบรนด์ STC ได้รับการยอมรับและความน่าเชื่อถือ จึงสนับสนุนให้ STC เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการผลิตท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพักขนาดใหญ่ ซึ่งหาคู่แข่งได้น้อยราย ทำให้เราสามารถสร้างอัตรากำไรที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับอดีต" นายเอกชัย กล่าว นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีที่แล้ว บริษัทได้ลงทุนขยายโรงงานใหม่ที่นาวัง เฟส 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเตรียมพร้อมรับดีมานด์จากงานภาครัฐบาลและเอกชน ในโครงการเขต EEC ที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่เมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้มีความต้องการผลิตภัณฑ์จากบริษัทเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการไตรมาส 3/62 แค่ไตรมาสเดียว กำไรสุทธิเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรกของปี 62 ขณะที่งบ 9 เดือนปี 62 เติบโตกว่าปี 61 ทั้งปีไปแล้ว ไตรมาส 3/62 บริษัทมีรายได้รวม 107.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 102.99 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 37.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.85% กำไรสุทธิ 9.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271.53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐ สนับสนุนให้รายได้จากผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปประเภทท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก และบ่อพักน้ำ โดยเฉพาะสินค้าท่อระบายน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง ได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้น ส่วนงวด 9 เดือนปี 62 รายได้รวม 303.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 273.09 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 25.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.27% กำไรสุทธิ 17.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับปีก่อนสูงขึ้นมาที่ 31.78% อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นมาที่ 5.91% จาก 4.05%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ