CPN วางงบปี 63 ราว 2.2 หมื่นลบ.รีโนเวทศูนย์การค้ารับไลฟ์สไตล์ใหม่พร้อมจัดกิจกรรมต่อเนื่องดันยอดผู้ใช้บริการโต 5%

ข่าวหุ้น-การเงิน 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:33 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าผลักดันจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าในเครือ CPN เพิ่มขึ้น 5% ในปี 63 จากปีนี้ที่มีผู้ไช้บริการศูนย์การค้ารวมเฉลี่ย 1.2-1.3 ล้านคน/วัน ด้วยการปรับปรุงศูนย์การค้าในเครือ รวมทั้งจัดกิจกรรม แคมเปญ และ โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ในปี 63 บริษัทวางงบลงทุนราว 2.2 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงรูปแบบและปรับบางโซนของศูนย์การค้าในเครือให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพราะบริษัทมองว่าการแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าในประเทศไทย ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มหันมาปรับปรุงศูนย์การค้าให้เข้าถึงการใช้ชีวิตให้เป็น Lifestyle Center อย่างแท้จริง และต้องปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การสร้าง Co-working space การเพิ่มพื้นที่นั่งเล่น โซนครอบครัว โซนเด็ก โซนกีฬา และโซนสัตว์เลี้ยง

ทั้งนี้ แผนรีโนเวทในปี 63 เบื้องต้นจะมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และเซ็นทรัลรามอินทรา ที่จะเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่

พร้อมกันนั้น บริษัทยังเดินหน้าในการจัดกิจกรรมในศูนย์การค้าของ CPN อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าในเครือมากขึ้น เนื่องจากมองว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักอีกกลุ่มที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ และช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

นายณัฐกิตติ์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมีการจับจ่ายสอยมาก แต่เนื่องจากในช่วงต้น-กลางปี 62 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงไป โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และผลกระทบจากสกุลเงินต่างๆ อ่อนค่าลง แต่หลังจากไตรมาส 4/62 ภาครัฐได้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกครั้ง จึงเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนยังคงมากเป็นอันดับ 1 ที่ 8.5 ล้านคน อันดับ 2 นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 2.3 ล้านคน และอันดับ 3 นักท่องเที่ยวอินเดีย 1.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งบริษัทมองว่าการที่ภาครัฐหันมาเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเป็นสิ่งที่มาถูกทาง และบริษัทจะเริ่มหันมาเน้นตลาดกลุ่มลูกค้าอินเดียมากขึ้น เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวให้กระจายมากขึ้น

ขณะที่สัดส่วนลูกค้าที่ใช้บริการศูนย์การค้าของ CPN ระหว่างชาวไทยและนักท่องเที่ยวในปัจจุบันอยู่ที่ 70:30 แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงคาดหวังการที่ภาครัฐจะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในปี 63 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใชิสอยและการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักมากขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวลงไปในช่วงที่ผ่านมาของปี 62

ส่วนกลยุทธ์ในการจัดแคมเปญในช่วงท้ายปีนี้จะทำให้เห็นว่าศูนย์การค้าในปัจจุบันจะไม่ใช่แค่ Shopping center หรือพื้นที่สำหรับขายสินค้าและบริการ แต่ต้องเป็น Experiencing center หรือพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางในการมอบประสบการณ์ที่หลากหลายตามแต่ละไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่ง CPN ได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทุ่มงบ 400 ล้านบาท จัดพื้นที่ในศูนย์การค้า 34 แห่งทั้งในและต่างประเทศให้กลายเป็นมหัศจรรย์อาณาจักรแห่งความสุข "The Kingdom of Happiness 2020...Where life celebrates" ระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 62-6 ม.ค. 63

อีกทั้งยังมีการอัดโปรโมชั่นและงานอีเว้นท์ที่ยาวนานต่อเนื่องตลอด 46 วัน จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีรวมมากกว่า 100 อีเว้นท์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการมอบความสุขให้กับคนไทยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี รวมถึงการจัดงาน Countdown ระดับโลกยิ่งใหญ่แห่งปีเพื่อดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการของทุกศูนย์เพิ่มขึ้น 20% ในช่วงไตรมาส 4/62 หรือมาอยู่ที่ 1.5 ล้านคน/วัน และกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีให้คึกคัก และตอกย้ำภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง

นายณัฐกิตติ์ ยังเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมดึงพันธมิตรที่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เพื่อเสริมศักยภาพของโครงการ และผลักดันให้เป็นจุดหมายแห่งการช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดในต้นสัปดาห์หน้า

ปัจจุบัน โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ มีร้านค้าเปิดให้บริการแล้ว 80-90% และมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการ 16,000-17,000 คน/วัน และเป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าเกือบทั้งหมด ไม่ค่อยพบลูกค้าที่เข้ามาเดินเที่ยว ซึ่งการเปิดให้บริการของร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้มีการเข้าไช้บริการและการจับจ่ายมากขึ้น

ส่วนการลงทุนโครงการเซ็นทรัลวิลเลจแห่งที่ 2 บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งมองว่าการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวยังมีความน่าสนใจ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ