TAPAC คาดปี 63 รายได้กลุ่ม Beauty โตพุ่ง 300% หลังเร่งขยายสาขา พร้อมรุกตลาดเวียดนาม Q1/63

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday December 2, 2019 11:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

TAPAC คาดปี 63 รายได้กลุ่ม Beauty โตพุ่ง 300% หลังเร่งขยายสาขา พร้อมรุกตลาดเวียดนาม Q1/63

นางสาวจารุวัลย์ วงศ์เจษฎาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโฟร์ โกลบอล จำกัด บริษัทในกลุ่มบมจ.ทาพาโก้ (TAPAC) ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน "เฮ้ สตรีท บิวตี้" (HEJ Street Beauty) ร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 63 เติบโต 300% หรืออยู่ที่ 120-150 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้กว่า 50 ล้านบาท

ปัจจัยผลักดันการเติบโตของยอดขายในปี 63 จะมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาในปัจจุบันที่เปิดไปแล้ว 9 สาขา ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ประกอบกับการที่บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านเครื่องสำอาง Multi Brand จากประเทศเกาหลีไต้ คือ "CLEWNCO" ที่นำสินค้าในกลุ่ม Make up และ Skin and Hair care เข้ามาจำหน่ายในสาขาสีลม ทำให้มีความหลากหลายของสินค้าที่จะเพิ่มทางเลือกและดึงดูดให้ลูกค้ากลุ่มที่ชอบเครื่องสำอางเกาหลีเข้ามาซื้อสินค้าในร้านเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ ร้านเฮ้ สตรีท บิวตี้ ยังเป็นน้องใหม่ในตลาดที่สร้างความแปลกใหม่ในด้านการนำเสนอที่เน้นทางด้านการบริการ (Customer Experience) และขยายร้านค้าไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการแข่งขันไม่มากนัก ตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ และถือว่าได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีและเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ บริษัทจะมียอดขายเพิ่มขึ้นมาจากการเปิดสาขาใหม่ในเวียดนาม คาดว่าจะสามารถเปิดสาขาใหม่ของ HEJ Street Beauty ในเวียดนามแห่งแรก ที่เมืองโฮจิมินท์ ในช่วงไตรมาส 1/63 ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการลงทุนสาขาใหม่ในเวียดนาม และมองหาทำเลที่เหมาะสมในการเปิดสาขา พร้อมกับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศเวียดนามไปควบคู่กัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตยอดขายในปีหน้า ส่วนการขยายสาขาใหม่ในประเทศปีหน้า บริษัทได้ปรับมาใช้การขยายสาขาแบบชั่วคราว (Pop up store) ที่จะไปตั้งขายในพื้นที่ต่างๆในทำเล Prime Location ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น โดยนำสินค้าจัดรายการเซลล์ไปจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทจะขยายช่องทางการทำตลาดและจำหน่ายผ่านออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยจะเปิดตัวเว็บไซต์ในไตรมาส 1/63พร้อมกับการสร้างแบรนด์ "ซีเคร็ท เจ" (Secret J)ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังจากที่วางจำหน่ายในตลาดครบทั้ง 5 รายการ อาทิ เซรั่ม, โฟม, มาสก์ เป็นต้น อีกทั้งบริษัทยังมีการปรับรูปแบบของสาขา HEJ Street Beauty ให้มีความหลากหลายในร้านมากขึ้น และให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าในร้าน สามารถใช้เวลาและมีกิจกรรมต่างๆในร้านได้เพิ่มขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน คือ Shop, Chill, Charge, Exchange and Share ซึ่งจะมีการร่วมมือกับพันมิตรที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle มาเปิดหรือเข้ามาช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นต่างภายในร้าน HEJ Street Beauty อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการศึกษาระบบการขายแฟรนไชส์ของร้าน HEJ Street Beauty ซึ่งจะเป็นการต่อยอดธุรกิจที่จะช่วยให้การขยายสาขากระจายไปถึงลูกค้าในพื้นที่ต่างๆได้มากขึ้นกว่าการที่บริษัทไปเปิดสาขาเอง และการขยายสาขาใหม่ในต่างประเทศในปี 63 ยังมองโอกาสที่จะเข้าไปเปิดสาขาในประเทศกัมพูชา

"เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีกำลังซื้อสูง การแข่งขันในธุรกิจ Multi Brand Store ยังไม่รุนแรงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ทำให้มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุน พร้อมกันนี้จะเปิดแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกในเวียดนาม และขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ให้ได้ 3 สาขาในปีแรก"นางสาวจารุวัลย์ กล่าว

ด้านตลาดร้านค้าเครื่องในประเทศไทยนั้นถือว่ามีการแข่งขันที่สูงในปัจจุบัน ทำให้การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายของบริษัทเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่สิ่งที่สำคัญในการทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน คือ การมีความหลากหลายของสินค้าในร้าน พร้อมกับและการขายสินค้าราคาพิเศษและการจัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้า ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอส่วนการขยายสาขาจะเน้นไปที่การปูพรมไปยังพื้นที่ต่างๆที่บริษัทยังไม่สามารถเข้าถึงและทำการตลาดได้ดี พร้อมกับการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะใน CLMV เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ และเป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจในไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ