(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway up คาดหวังเชิงบวกเจรจาการค้า-ราคาน้ำมันขึ้น-เล็งเงิน LTF เข้า-เก็ง Window Dressing

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday December 27, 2019 09:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up เนื่องจากดาวโจนส์เดินหน้าทำระดับสูงสุดใหม่ จากคาดหวังเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะตกลงกันได้ในเฟสแรก และข้อมูลการยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯออกมาตามคาด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกกัน อีกทั้งราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงมากกว่า 3 เดือน หลังจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯลดลงมากกว่าคาด

ส่วนบ้านเราเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทยอยเข้ามาในตลาดฯ และมีการเก็งการทำ Window Dressing ด้วย แต่วอลุ่มเทรดคงจะยังบางอยู่ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล และวันนี้หุ้น TCAP ขึ้นเครื่องหมาย XD จ่ายปันผล 4 บาท/หุ้น คาดว่าจะกดดันดัชนีฯราว -0.5 จุด อีกทั้งในช่วงท้ายตลาดจะต้องระวังความผันผวน เนื่องจากวันนี้สัญญาฟิวเจอร์ส และออฟชั่น ในตลาด TFEX จะซื้อขายเป็นวันสุดท้าย

พร้อมให้แนวรับ 1,570-1,575 จุด ส่วนแนวต้าน 1,582-1,590 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • - ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (26 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,621.39 จุด เพิ่มขึ้น 105.94 จุด (+0.37%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,239.91 จุด เพิ่มขึ้น 16.53 จุด (+0.51%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,022.39 จุด เพิ่มขึ้น 69.51 จุด (+0.78%)
  • - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 28.83 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 0.50 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 169.45 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 31.71 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 14.23 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.93 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 3.62 จุด
  • - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (26 ธ.ค.62) 1,579.03 จุด เพิ่มขึ้น 6.03 จุด (+0.38%)
  • - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 933.82 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62
  • - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (26 ธ.ค.62) ปิดที่ระดับ 61.68 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ หรือ 0.9%
  • - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 ธ.ค.) อยู่ที่ -0.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • - เงินบาทเปิด 30.14/18 แนวโน้มแกว่งแคบ-ธุรกรรมเบาบางช่วงท้ายปี ตลาดรอปัจจัยใหม่
  • - รัฐเร่งยุทธศาสตร์ดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศปี 63 กสทช. หัวเรือใหญ่ ประกาศ 9 ยุทธศาสตร์เด่น ชู โปรเจคหลัก 5จี เปิดเสรีดาวเทียม หวังพลิกโครงสร้างพื้นฐาน สื่อสารโทรคมนาคมประเทศ ต่อยอดสู่เศรษฐกิจใหม่ ทัดเทียมต่างชาติ เสริมขีดแข่งขันพร้อมเดินหน้าสางปัญหาสายสื่อสารจัดระเบียบ ลงดินสร้างทัศนียภาพ หนุน กทม.สู่มหานครอาเซียน เดินหน้าปรับปรุงโครงข่ายทีวิดิจิทัลให้แล้วเสร็จ
  • - สศค. ประเมิน "ส่งออก-ลงทุน" เครื่องยนต์หลักหนุนเศรษฐกิจไทยปีหน้า รับอานิสงส์สงครามการค้าเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ประเมิน "การส่งออก" โตถึง 2.6% ขณะ "การลงทุน" ส่อขยายตัว 4.6% ขณะหลายเครื่องยนต์ เดือนพ.ย. ส่งสัญญาณชะลอ เว้นการบริโภคที่โตต่อเนื่อง สะท้อนผ่านยอดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังเติบโต 3.7%
  • - "คลัง" เตรียมปรับประมาณการจีดีพีปี 2562 ใหม่อีกรอบ ลุ้นไตรมาส 4 เศรษฐกิจโตแรงหนุนภาพรวมทั้งปีโตตามเป้าหมาย แจงยังจับตาปัญหาสงครามการค้า ลุ้นสถานการณ์คลี่คลายหนุนส่งออกไทยพลิกกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
  • - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64 หรือการประชุมร่วม 4 หน่วยงาน คือกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณปี 64 อยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อน 1 แสนล้านบาท โดยมีงบประมาณเพื่อการลงทุนจะอยู่ที่ 6.93 แสนล้านบาท หรือ 21% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด

*หุ้นเด่นวันนี้

  • - PTTEP (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 135 บาท ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว และไม่มี Overhang จากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันมากวนใจ ขณะที่แนวโน้มงบ Q4/62 จะยังเด่นสุดของกลุ่ม PTT เพราะมีแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้การผลิตจากแหล่งเมอร์ฟี่ที่ซื้อเข้ามาเต็มไตรมาส
  • - EPCO (เคจีไอ) "เก็งกำไร"เป้า 5.3 บาท ประเมิน Q4/62 รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม 500 ล้านบาท และคาดปันผลพิเศษจากดีลนี้ 0.17 บาท/หุ้น เมื่อรวมปันผลปกติปี 2562 คาดปันผลปี 2562 รวม 0.34 บาท/หุ้น (Dividend yield 9.5%) พร้อมประเมิน P/E ปี 2563 ต่ำเพียง 8.3 เท่า (บนกำไรปกติไม่มีกำไรพิเศษ) และคาดปันผลปกติหลังจากปี 2563 จะกลับมาอยู่ที่ระดับราว 5-6% ต่อปี
  • - PLANB (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 10.20 บาท แม้ราคาหุ้นจะรีบาวด์จากจุดต่ำในรอบนี้ 7% พอ ๆ กับ VGI แต่ราคาหุ้น PLANB ก่อนหน้านั้นร่วงแรงกว่า ทำให้ Valuations ปัจจุบันถูกกว่า VGI ชอบธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านของทั้ง PLANB และ VGI แต่หากเปรียบเทียบการเติบโตของกำไรปี 2563 PLANB มีแนวโน้มโตแรงกว่า คาด +44% Y-Y จากการเริ่มสื่อโฆษณาในร้าน 7-11 ใน Q4/62 ได้สิทธิบริหารสื่อ Olympics 2563 และเป็น Selling agent สื่อนอกบ้านให้ MACO และยังได้ synergy จากการเข้ามาถือหุ้นของ VGI 18.6% ขณะที่คาดคาดกำไร VGI +32% Y-Y PE ปี 2563 ของ PLANB อยู่ที่ 28 เท่า ถูกกว่า VGI ที่อยู่ที่ 45 เท่า

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ